วัตถุประสงค์และเนื้อหาของเพลงกล่อมเด็ก การศึกษาข้ามวัฒนธรรมย่อยในประเทศไทย

Main Article Content

จรินทร์ บุญสุชาติ
นิตย์ บุหงามงคล
สุรพล เนสุสินธุ์

บทคัดย่อ

            การศึกษาวิจัย เรื่อง วัตถุประสงค์และเนื้อหาของเพลงกล่อมเด็ก การศึกษาข้ามวัฒนธรรมย่อยในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1) เพื่อสังเคราะห์วัตถุประสงค์ที่สำคัญของเพลงกล่อมเด็กของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ 2) เพื่อสังเคราะห์เนื้อหาของเพลงกล่อมเด็ก
ของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ 3) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบเพลงกล่อมเด็กของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ 4) เพื่อศึกษาองค์ประกอบของเพลงกล่อมเด็กของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ที่มีผลต่อพัฒนาการเด็ก และ 5) เพื่อศึกษาองค์ประกอบของเพลงกล่อมเด็ก
ของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ที่มีผลต่อการปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็ก งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative research)


ซึ่งจากผลของการวิจัยพบว่า 


  1. เพลงกล่อมเด็ก เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงความเชื่อและค่านิยมของคน
    ในท้องถิ่น  มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ขับกล่อมเด็กให้เกิดความเพลิดเพลิน สงบ เกิดความอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัย ทำให้นอนหลับได้เร็ว

  2. เนื้อหาของเพลงกล่อมเด็ก สะท้อนให้เห็นสภาพของสังคม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมชีวิตความเป็นอยู่ ความเชื่อ ค่านิยม ลักษณะการประกอบอาชีพของคนในสังคมแต่ละภูมิภาค 

  3. เพลงกล่อมเด็กถือเป็นวรรณกรรมของชาวบ้านที่มีไว้เพื่อร้องกล่อมลูก และทั่วทุกภูมิภาค
    ก็จะมีรูปแบบ เนื้อหา คำร้องและท่วงทำนองที่มีลักษณะเฉพาะของเพลงกล่อมเด็กในแต่ละภูมิภาค
    ที่แตกต่างกัน

  4. เพลงกล่อมเด็กมีองค์ประกอบของเพลงกล่อมเด็กที่สามารถช่วยให้เด็กเกิดความอบอุ่นใจ
    ซึมซับวัฒนธรรมและคุณธรรมที่เป็นเนื้อหาแฝงไว้ในบทกล่อมที่มีการใช้ภาษาที่เรียบง่าย มีเนื้อหา
    ที่แสดงถึงความรักความห่วงใย ช่วยให้เด็กเกิดความละเมียดละไมทางจิตใจ มีอารมณ์เบิกบาน มีความอ่อนโยน จากท่วงทำนองเพลงที่อ่อนโยนและเป็นเนื้อร้องที่เสมือนการพูดคุยกับเด็กในขณะนอนหลับ

  5. เพลงกล่อมเด็กของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ มีผลต่อการปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็ก จากการที่เด็กได้ยินเสียงและรับรู้ได้ว่ามีคนอยู่ด้วยตลอดเวลา ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจและปลอดภัย ไม่ผวา หรือร้องไห้โยเย เมื่อตื่นนอนขึ้นมาก็จะมีอารมณ์แจ่มใส ไม่งอแง จึงเป็นการกระตุ้นพัฒนาการในการเรียนรู้ของเด็ก พร้อมทั้งพัฒนาการทางด้านอารมณ์ ช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย และมีพัฒนาการทางด้านสติปัญญา และพัฒนาการทางด้านสังคม เพลงกล่อมเด็กเป็นสื่อในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องและผู้ฟัง สร้างความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในครอบครัว สะท้อนให้เห็นสภาพสังคม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ ผ่านบทเพลงกล่อมเด็ก

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จิติกานต์ จินารักษ์. (2563). เพลงกล่อมลูกในมุมมองคติชนจากภาษาเสียง: กรณีศึกษาผู้ชนะการประกวดเพลงกล่อมลูก. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย, มหาวิทยาลัยมหิดล.

ปราณี เชียงทอง. (2526). วรรณกรรมสำหรับเด็ก. กรุงเทพมหานคร: ชมรมเด็ก.

ภูมิจิต เรืองเดช. (2542). คติชนวิทยา (Thai Folklore). คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

มธุรส ปลาโพธิ์. (2557). ผลของโปรแกรมการกระตุ้นประสาทสัมผัสด้วยเสียงเพลงกล่อมของมารดาร่วมกับการไกวเปลต่อการเจริญเติบโตและระยะเวลาการนอนหลับของทารกเกิดก่อนกำหนด. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลสุขภาพเด็ก, คณะพยาบาลศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

มานพ ตันติวงศ์ชัย. (2536). เพลงกล่อมเด็กกับการแก้ปัญหา. วิทยาจารย์, 91(1), 22-24.

มัลลิกา คณานุรักษ์. (2531). เพลงกล่อมเด็กไทยมุสลิมภาคใต้ (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.

วิมล ดำศรี. (2532). การศึกษาวิเคราะห์เพลงกล่อมเด็กเมืองนครศรีธรรมราช (พิมพ์ครั้งที่ 2). นครศรีธรรมราช: โปรแกรมวัฒนธรรมศึกษา ภาควิชาภาษาไทย, วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช.

ศิราพร ฐิตะฐาน ณ ถลาง. (2539). ในท้องถิ่นมีนิทานและการละเล่น: การศึกษาคติชนในบริบททางสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร: มติชน.

สมร ทองดี. (2541). เพลงกล่อมเด็ก: จุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิต. วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มที่ 39. (2557). เพลงกล่อมเด็ก. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มูลนิธิสารานุกรมไทยธนาคารไทยพาณิชย์.

สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์. (2524). รายงานการวิจัยวิเคราะห์สารัตถะเพลงกล่อมเด็กภาคใต้. โครงการฝ่ายวิจัย สถาบันทักษิณคดีศึกษา.

สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ และคณะ. (2545). ภาพสะท้อนจากเพลงกล่อมเด็กอีสาน. วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 7(1), 78-85.

Chai Yao. (2556). วิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบเพลงกล่อมเด็กของไทยกับจีน. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. กรุงเทพมหานคร.

Doja, A. (2014). Socializing Enchantment: A Socio-Anthropological Approach to Infant-Directed Singing, Music Education and Cultural Socialization. International Review of the Aesthetics and Sociology of Music, 45(1), 115-147.

Evers, S., & Suhr, B. (2000). Changes of the neurotransmitter serotonin but not of hormones during short time music perception. Retrieved from http://www.ncbi.nlm.nih.gov/ pubmed/10941989

Farhat, A., et al. (2010). The effect of listening to lullaby music on physiologic response and weight gain of premature infants. Journal of Neonatal-Perinatal Medicine, 3(2), 103-107.

Herbert, L. (2005, March 1). Plantation lullabies: How fourth amendment policing violates the fourteenth amendment right of African Americans to parent. Journal of Civil Rights and Economic Development, 19(2), 19-235. Retrieved from http://scholarship.law.stjohns.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1134&context=jcred