การพัฒนาทักษะการสนทนาและผลสัมฤทธิ์ภาษามลายู โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ แบบเพื่อนช่วยเพื่อน ร่วมกับการแสดงบทบาทสมมติ รายวิชาภาษามลายู ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

Main Article Content

อภิศักดิ์ ยีเกษม
ชุติมา ทัศโร
เก็ตถวา บุญปราการ

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะด้านการสนทนาภาษามลายูของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมกับการแสดงบทบาทสมมติกับการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษามลายูของนักเรียน
หลังการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมกับการแสดงบทบาทสมมติกับนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมกับการแสดงบทบาทสมมติในรายวิชาภาษามลายู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม ด้วยวิธีจับฉลาก ห้องมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 เป็นกลุ่มควบคุม จำนวน 33 คน และห้องมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 เป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน ร่วมกับการแสดงบทบาทสมมติ
และแผนการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน 2) แบบประเมินทักษะการสนทนาภาษามลายู
3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษามลายู 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมกับการแสดงบทบาทสมมติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test Independent ผลวิจัยพบว่า 1) ทักษะการสนทนาของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมกับการแสดงบทบาทสมมติสูงกว่านักเรียนที่ใช้การจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมกับการแสดงบทบาทสมมติสูงกว่านักเรียนที่ใช้การจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมกับการแสดงบทบาทสมมติอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กันตชาติ เมธาโชติมณกุล. (2560). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนรายวิชาความรู้เกี่ยวกับงานอาชีพนักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ.

ฉลอง ไตรแสง. (2552). การเปรียบเทียบผลการจัดการเรียนรู้วิชาเขียนแบบเรื่องการเขียนภาพไอโซเมตริกและภาพออพลิกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนกับแบบปกติ. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, ลพบุรี.

ณัฐชญา บุปผาชาติ. (2561). การใช้กิจกรรมบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (รายงานผลการวิจัย). นครปฐม:มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ตรรกพร สุขเกษม. (2555). การพัฒนาพฤติกรรมการกล้าแสดงออก โดยใช้การแดงบทบาทสมติ ของนักศึกษาโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์ระดับชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2/2554 ในบทเรียน เรื่อง การกำหนดนโยบายสาธารณะ (รายงานผลการวิจัย). กำแพงเพชร: มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

ทิศนา แขมมณี. (2556). รูปแบบการเรียนการสอน: ทางเลือกที่หลากหลาย. (พิมพ์ครั้งที่ 8).กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นันทวัน วัฒนมงคลสุข วรพงษ์ คุณเดชอมร และ ศิรินาถ บูรณพงษ์. (2560). เทคนิคการสอนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษแบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน”. JOURNAL OF AKHONRATCHASIMA COLLEGE, 11(3), 277-287.

นิพนธ์ โพธิ์ไทร. (2552). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนกลอนสี่โดยใช้กิจกรรมการเรียนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, บุรีรัมย์.

น้ำอ้อย ทวีการไถ. (2555). การใช้บทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.

บุญชม ศรีสะอาด. (2541). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: สุวิริยาสาส์น.

บุษยากร ซ้ายขวา, ผาสุก บุญธรรม และเพ็ญพิศุทธิ์ ใจสนิท. (2560). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer–assisted Learning) เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชนเผ่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 10(3), 77-86.

พรมสิษฐ์ รักษาพรามหมณ์. (2551). ความพึงพอใจของผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนและบุคลากรต่อการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลผาจุก อำเภอเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์. สืบค้นจาก http://newtdc.thailis.or.th

พล เหลืองรังสี. (2566). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้. (พิมพ์ครั้งที่ 4). สงขลา: พิกเซล ดีไซน์.

มาเรียม นิลพันธ์. (2558). วิธีวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 9). นครปฐม: ศูนย์วิจัยและพัฒนาทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

แวมัสนา แวยูโซ๊ะ. (2566). ผลการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษามลายูโดยการใช้กิจกรรมบทบาทสมมติตามแนวคิดของลาเดาซ์สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาภาษามลายู มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 66(23), 77-88.

ษมากร ประดับการ.(2557). การใช้วิธีการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนวิชาบัญชีเบื้องต้น 2 เรื่องการบันทึกรายการในสมุดรายวันเฉพาะเกี่ยวกับเงินสดของนักเรียนระดับชั้นปวช. 2/9. งานวิจัยในชั้นเรียน. สาขาธุรกิจค้าปลีก. วิทยาลัยการอาชีพฝางสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. เชียงใหม่.

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล องค์กรมหาชน. (2564). สำรวจความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงาน 2564. สืบค้นจาก https://www.dga.or.th/สำรวจความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล

สุคนธ์ สินธพานนท์ วรรัตน์ วรรณเลิศลักษณ์ และพรรณี สินธพานนท์ . (2545). พัฒนาทักษะการคิดตามแนวปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อัตถากร หะยีอาแว. (2554). หลักภาษามลายูเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: บริษัท นัทชาพับลิชชิ่ง จํากัด.

อานนท์ เรืองรัตน์. (2565). การพัฒนาทักษะการย่ำเท้าให้ลงจังหวะในการรำวิชานาฏศิลป์โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสาธิตร่วมกับกิจกรรมแบบเพื่อนช่วยเพื่อนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสง่เสริมการศึกษาเอกชน เขตเทศบาลนครตรัง. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่, สงขลา.

Ladousse G. P. (1987). Role-play. Oxford: Oxford University Press.

Ments, Van Morry. (1986). The Effective Use of Roleplay: Practical Techniques for Improving Learning. London: Kogan page.

Susanti, A. D. H. (2007). Using role play in teaching speaking. Master’s thesis, Islamic University.