บทบาทของศาลในการตรวจสอบการชะลอฟ้องคดีอาญา
Main Article Content
บทคัดย่อ
เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเป็นระบบสายพาน จุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม คือ พนักงานสอบสวน ไปยังพนักงานอัยการนำไปสู่ศาลเมื่อศาลพิจารณาพิพากษาแล้วก็จะไปยังเรือนจำอันเป็นปลายทางสุดท้าย ในปัจจุบันมีผู้ต้องขังมีจำนวนมากกว่าเรือนจำ เกิดปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ เพราะประเทศไทยมีกฎหมายที่กำหนดโทษทางอาญามาใช้กับพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมายเป็นจำนวนมาก แม้ว่าพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดเหล่านั้นเป็นจะเป็นเพียงสิ่งที่กระทำไปแล้วกฎหมายกำหนดว่าเป็นความผิด ซึ่งไม่ใช่อาชญากรรมโดยแท้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดในคดีเล็กๆน้อยๆหรือการกระทำความผิดของผู้ต้องหาที่มิได้มีจิตใจเป็นอาชญากร โดยมีสาเหตุบางประการที่จำต้องให้กระทำความผิด เช่น การกระทำความผิดโดยประมาท การกระทำความผิดเพราะความยากจน เป็นต้น การฟ้องคดีเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมไม่มีประสิทธิภาพ สูญเสียงบประมาณ ซึ่งประเทศไทยนั้นยังไม่มีมาตรการเบี่ยงเบนผู้กระทำความผิดออกจากกระบวนการยุติธรรมและไม่มีมาตรการในการสร้างกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีมาตรการกำหนดโทษและรอการลงโทษ แต่ก็เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อันเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย
บทความนี้มุ่งศึกษาในเรื่องการชะลอฟ้อง หลักเกณฑ์การชะลอฟ้องและบทบาทของศาลในการตรวจสอบคำสั่งชะลอฟ้อง เพื่อศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ และเปรียบเทียบเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย ในการนำกฎหมายชะลอฟ้องและการกำหนดให้ศาลเป็นผู้ตรวจสอบ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากล อันทำให้กระบวนการยุติธรรมเกิดประสิทธิภาพ รวดเร็วและเป็นธรรม
ตามปัญหาดังกล่าว บทความนี้ศึกษาเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาว่าในต่างประเทศนั้นต่างก็มีกฎหมายว่าด้วยการชะลอฟ้องเป็นมาตรการเบี่ยงเบนคดีออกจากกระบวนการยุติธรรม สร้างความสมานฉันท์ ลดปริมาณคดี ลดปริมาณผู้ต้องขัง เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรม และในการออกคำสั่งชะลอฟ้องนั้นล้วนแต่กำหนดให้ศาลเป็นผู้ตรวจสอบคำสั่งชะลอฟ้อง
จากการศึกษาเปรียบเทียบผู้เขียนเสนอแนะว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สมควรที่จะมีกฎหมายว่าด้วยการชะลอฟ้อง และกำหนดให้ผู้ตรวจสอบการชะลอฟ้อง คือ ศาล โดยกำหนดให้พนักงานอัยการต้องส่งคำสั่งการชะลอฟ้องให้ศาลเห็นชอบในทุกครั้ง โดยศาลสามารถแสวงหาข้อเท็จจริงและเพิ่มเติมเห็นชอบได้ตามสมควร เพื่อให้เกิดกระบวนการชะลอฟ้องเกิดประสิทธิภาพและความยุติธรรมสูงสุด ลดปริมาณคดี ลดปริมาณนักโทษ และกำหนดแนวทางปฏิบัติว่าด้วยกระบวนการชะลอฟ้อง เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน ซึ่งประเทศไทยสามารถนำมาใช้ได้โดยการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การชะลอฟ้องและการตรวจสอบการชะลอฟ้องโดยศาลไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
Article Details
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
เอกสารอ้างอิง
คณิต ณ นคร.“อัยการเยอรมันและการดำเนินคดีอาญาของเยอรมันก่อนฟ้อง.” ใน ระบบอัยการสากล. กรุงเทพมหานคร : กองทุนสวัสดิการ ศูนย์บริการเอกสารและวิชาการ กรมอัยการ, 2526.
ณรงค์ ใจหาญ และคณะผู้วิจัย. รายงานผลการศึกษาวิจัยฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง “กระบวนการสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในศาลยุติธรรม.” กรุงเทพมหานคร : สถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์ สำนักงานศาลยุติธรรม, 2552.
ระบบอัยการญี่ปุ่น : แนวคิดและทิศทางในการปฏิรูประบบอัยการไทย. เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2540 ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนรัชดาภิเษก ชั้น 11. กรุงเทพมหานคร: สถาบันกฎหมายอาญา, 2540.
บทความวารสาร
รุ่งแสง กฤตยพงษ์.“ระบบอัยการในประเทศสหรัฐอเมริกา.” วารสารอัยการ. ฉบับที่ 162. ปีที่ 14. (สิงหาคม 2534) : 33.
อุทัย อาทิเวช.“การใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการกับการลดปริมาณคดีขึ้นสู่ศาลในประเทศฝรั่งเศส (2).”วารสารยุติธรรม. ฉบับที่ 1. ปีที่ 4.(ตุลาคม – พฤศจิกายน 2546) : 33.
วิทยานิพนธ์
เรวัต ฉ่ำเฉลิม.“ชะลอการฟ้อง.” วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522.