ข้อจำกัดอัตราส่วนการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคล ซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้กล่าวถึงเฉพาะเรื่อง “ข้อจำกัดอัตราส่วนการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในวิทยานิพนธ์เรื่องปัญหาการถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว โดยบทความนี้มีความมุ่งหมายที่จะศึกษาถึงปัญหาที่เกิดจากการมีข้อจำกัดอัตราส่วนการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว ตามมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พุทธศักราช 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดเพิ่มจำนวนขึ้นมากและห้องชุดในประเทศไทยเป็นที่สนใจของคนต่างด้าวเนื่องจากราคาต่ำกว่าประเทศอื่น มีผลตอบแทนดี และกฎหมายอาคารชุด คือ พระราชบัญญัติอาคารชุด พุทธศักราช 2522 กำหนดให้คนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวอาจถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ ภายใต้ข้อจำกัดบางประการตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พุทธศักราช 2522 โดยผู้ศึกษาตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและต้องการให้นักลงทุนต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศ แต่เหตุใดจึงต้องจำกัดการให้สิทธิประโยชน์ด้านที่อยู่อาศัยในการถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการลงทุนของคนต่างด้าวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ผลจากการศึกษาแนวนโยบายและกฎหมายของต่างประเทศที่มีความเจริญด้านเศรษฐกิจและมีระบบกฎหมายที่ดี เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย ประเทศญี่ปุ่น และประเทศสิงคโปร์ พบว่ากฎหมายอาคารชุดของประเทศเหล่านี้ไม่มีข้อจำกัดการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลต่างด้าว แต่มีมาตรการตามกฎหมายอื่นที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมพฤติกรรมการซื้อขายและถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของคนต่างด้าวและนิติบุคคลต่างด้าวขึ้นมาทดแทน เช่น มาตรการตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน หรือมาตรการตามกฎหมายภาษี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการเก็งกำไรอันอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต ดังนั้น หากประเทศไทยมีการยกเลิกข้อจำกัดอัตราส่วนการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในอสังหาริมทรัพย์ไทยแล้ว ก็ควรมีมาตรการตามกฎหมายอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมพฤติกรรมการอยู่อาศัยและพฤติกรรมการทำธุรกรรมเกี่ยวกับห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวขึ้นมาทดแทน เพื่อไม่ให้เกิดกระทบต่อความมั่นคงทางสังคมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจไทยต่อไป
Article Details
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย