มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะสม
คำสำคัญ:
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม, การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะสม, ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะสมบทคัดย่อ
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจทางสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันประเทศไทยนำแนวคิดการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมมากำหนดในกฎหมายดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 58 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามแม้ประเทศไทยจะกำหนดให้มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่กลับพบว่าในพื้นที่ดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่ดำเนินการจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายยังปรากฏผลกระทบสิ่งแวดล้อมอยู่อันเป็นผลมาจากผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะสม จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการทางกฎหมายแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยผู้เขียนได้ทำการศึกษาพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งศึกษากฎหมายของประเทศแคนนาดาและของสหภาพยุโรปเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา
จากการศึกษาพบว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมยังมีปัญหาข้อกฎหมายหลายประการ ทั้งการให้นิยามและความหมายของการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ปัญหาโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกฎหมายไม่ครอบคลุมการคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะสม ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะ 4 ประการ ได้แก่ ประการที่หนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับบทนิยาม “การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม” ให้ครอบคลุมถึงการผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะสมจากโครงการหรือกิจกรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงหรืออาจส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมในลักษณะเดียวกัน ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมทั้งเพิ่มบทนิยาม “ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะสม” ประการที่สอง แก้ไขให้มีมาตรการควบคุมให้โครงการหรือกิจกรรมเข้าสู่กระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ประการที่สาม แก้ไขบรรดากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมการคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะสม ทั้งการควบคุมให้มีการประเมินผลกระทบระดับยุทธศาสตร์นอกเหนือจากการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับโครงการเพียงรูปแบบเดียวและการกำหนดองค์ประกอบของรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุม และอำนาจหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายให้สามารถนำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการอื่น ๆ มาพิจารณาประกอบการอนุญาต และประการสุดท้าย คือ การนำเครื่องมือและวิธีการอื่นตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาหนุนเสริมในการตัดสินใจ
เอกสารอ้างอิง
1. ฉัตรไชย รัตนไชย, การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม, พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553
2. สฤณี อาชวานันทกุล, ภัทราพร แย้มลออ, คู่มือการประเมินผลลัพธ์ทางสังคมและผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน, พิมพ์ครั้งที่ 1, กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), 2560
3. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางสังคมในกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม, พิมพ์ครั้งที่ 4, กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ยูโรการพิมพ์ จำกัด, 2551
4. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์, พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพฯ : หจก. บี.วี.ออฟเซ็ต, 2554
5. อำนาจ วงศ์บัณฑิต, กฎหมายสิ่งแวดล้อม, พิมพ์ครั้งที่ 4, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2562
วิทยานิพนธ์
1. ปวันรัตน์ คงวาณิช, “มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการกลั่นกรองโครงการหรือกิจการที่ต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยเปรียบเทียบต่างประเทศ” (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตร์มหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2558
2. สุทธิดา ฝากคำ, “ระบบการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในประเทศไทย” (วิชาการค้นคว้าอิสระ วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2556
เอกสารอิเล็กทรอนิกส์
1. คณะกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำโขง “ชุดหลักสูฅรเพึ่อฝึกอบรม ด้านสิ่งแวดล้อม การประเมินผลกระทบสะสม”, http://archive.iwlearn.net/mrcmekong.org/envir_training_kit/Thai_Index.htm, วันที่ 5 เมษายน 2562
2. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, เรวดี จรุงรัตนาพงศ์, “การวิเคราะห์ต้นทุนและประโยชน์ของโครงการ”, https://www.stou.ac.th/read_write/file/CBA_STOU-04042015.pdf, วันที่ 26 เมษายน 2562
3. ศาลปกครองระยอง “คดีศาลปกครองระยองคดีหมายเลขแดงที่32/2552”,https://enlawfoundation.org/newweb/wpcontent/uploads/mabtapud_pollutioncontroladmincourt.pdf, 3 เมษายน 2562
4. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประเทศไทย, “แนวทาง (Guideline) การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์”,https://www.nesdc.go.th/ewt_w3c/ewt_dl_link.php?nid=8372, วันที่ 3 เมษายน 2562
เอกสารอื่น ๆ
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134. ตอนที่ 40 ก. น. 1. (6 เมษายน 2560).
2. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 109.ตอนที่ 37.น. 1. (4 เมษายน 2535).
3. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135. ตอนที่27 ก. น.29. (19 เมษายน 2561).
4. ประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สำหรับการจัดทำรายงานและแผนตามกระบวนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอน. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135. ตอนพิเศษ148 ง, น.13. (26 มิถุนายน 2561).
5. ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการ. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135. ตอนพิเศษ 206 ง. น. 24. (27 สิงหาคม 2561).
6. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136.
ตอนพิเศษ 3 ง. น.1. (4 มกราคม 2562)
7. ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136. ตอนพิเศษ 3 ง. น.12. (4 มกราคม 2562).
BOOKS
1. Business and Biodiversity Offsets Programme (BBOP), Glossary, 2nd edition (Washington, D.C., 2012)
2. Hegmann, G., et al., Cumulative Effects Assessment Practitioners Guide. Prepared for the Canadian Environmental Assessment Agency, (Hull, Quebec, 1999),
3. John Glasson, Riki Therivel and Andrew Chadwick, Introduction to environmental impact assessment, Edition 3, (Routledge: 2005)
4. Larry Canter and Sam Atkinson, Cumulative Effects Assessment, (New York: U.S. Environmental Protection Agency, 1999)
5. Mandy Elliot and Ian Thomas, Environmental impact assessment in Australia: theory and practice, 5th edition (Federation Press, 2009)
6. Owen Harrop, Ashley Nixon, Environmental Assessment in Practice, 1st Edition (Routledge: 1999)
7. Peter Wathern, Environmental Impact Assessment: Theory and practice, (Routledge: 2004)
8. Ronnie Harding, Cyrolyn M Hendriks & Mehreen Faruqi, Environmental decision-making: exploring complexibility and context (Federation Press, 2009)
9 The World Bank group, Getting to Green - A Sourcebook of Pollution Management Policy Tools for Growth and Competitiveness, (Washington DC: 2012)
ELECTRONIC MEDIA
1. CEQ NEPA Regulations, “40 CFR 1508.7”, https://www.law.cornell.edu/cfr/text/40/1508.7, April 3, 2019
2. European Commission, “Environmental Impact Assessment”, https://ec.europa.eu/environment/eia/eia-legalcontext.htm, April 20, 2019
3. International Association for Impact Assessment (IAIA), “Cumulative Effects Assessment and Management”, https://www.iaia.org/wiki-details.php?ID=9, April 3, 2019
4. Official website of the European Union, “Court of Justice of the European Union (CJEU)”, https://europa.eu/european-union/about-eu/institutions-bodies/court-justice_en, April 20, 2019
Another document
1. Canadian Environmental Assessment Act 2012 (CEAA 2012)
2. EIA Directive (2014/52/EU)
3. The National Environmental Policy Act of 1969 (NEPA 1969)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย