การส่งเสริมศักยภาพของหน่วยงานภาครัฐผ่านการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี

Main Article Content

ดร.สุมิตรชา ซาเสน
ดร.สุทธิพงษ์ สุทธิลักษมุนีกุล
รศ.ดร.สุรพล ซาเสน
ผศ.ดร.ปรีดี ทุมเมฆ

บทคัดย่อ

                การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาท ประเมินบทบาท และเสนอแนวทางส่งเสริมศักยภาพหน่วยงานภาครัฐในการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลโพนเมืองและตำบลหนองบก อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่าง 120 คน (ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ 45 คน ผู้ประกอบการ 60 คน และผู้นำชุมชน 15 คน) ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น   ใช้การแบ่งกลุ่มตัวอย่างตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ช่องว่าง การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวเชิงคุณภาพสัมภาษณ์เชิงลึก 20 คน วิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1) บทบาทหน่วยงานภาครัฐประกอบด้วย ด้านการผลิต 6 องค์ประกอบ ด้านการตลาด 4 องค์ประกอบ และด้านการบริหารจัดการ 8 องค์ประกอบ แต่ยังขาดการบูรณาการและประสานงานที่มีประสิทธิภาพ 2) การประเมินบทบาทพบว่า ด้านการผลิตอยู่ในระดับมาก (X̄ = 3.95) ด้านการตลาดระดับปานกลาง (X̄ = 2.89) และด้านการบริหารจัดการระดับน้อย (X̄ = 2.35) แสดงความไม่สมดุลชัดเจน การวิเคราะห์ช่องว่างที่ทำให้ควรปรับปรุงคือ ด้านการบริหารจัดการสูงสุด (Gap = 2.14) รองลงมาด้านการตลาด (Gap = 1.52) และด้านการผลิต (Gap = 0.56) อีกทั้งปัญหาสำคัญคือขาดการติดตามประเมินผลต่อเนื่อง (80%) ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงาน (75%) และขาดช่องทางจำหน่ายยั่งยืน (70%) และ 3) แนวทางส่งเสริมควรสร้างความสมดุลทั้ง 3 ด้าน โดยพัฒนา ด้านการผลิต (Production Aspect) ด้านการตลาด (Marketing Aspect)    และด้านการบริหารจัดการ (Management Aspect)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุมิตรชา ซาเสน ส. ., สุทธิลักษมุนีกุล ส., ซาเสน ส. ., & ทุมเมฆ ป. . (2026). การส่งเสริมศักยภาพของหน่วยงานภาครัฐผ่านการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 17(1), 238–252. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/humanjubru/article/view/283690
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กีรติญา สอนเนย์ และจิราพัทธ์ แก้วศรีทอง. (2565). รูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาผ้า

ทอท้องถิ่นเชิงพาณิชย์. วารสารศิลปะการจัดการ, 7(1), 45-62.

จิตรกร กุลธวัช. (2563). การสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นผ่านการบูรณาการทรัพยากรชุมชน. วารสารวิจัยการพัฒนาเศรษฐกิจ, 15(2), 45-62.

ชุติพงศ์ คงสันเทียะ และชฎล นาคใหม่. (2566). การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจ BCG:

กรณีวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกล้วย ตำบลนางิ้ว อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย. วารสารการพัฒนาเศรษฐกิจ

ฐานราก, 18(2), 67-84.

ธิติยา ทองเกิน. (2564). การพัฒนาศักยภาพการประกอบธุรกิจชุมชนและการพึ่งพาอาศัยบึงบอระเพ็ด

อย่างยั่งยืน. วารสารวิจัยเศรษฐกิจชุมชน, 9(1), 23-39.

นิกร ผัสดี. (2555). การส่งเสริมกลุ่มอาชีพราษฎรขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอแม่ทะ จังหวัด ลำปาง. วารสารบริหารท้องถิ่น, 5(2), 112-128.

พระครูพิพัฒนสุตคุณ และคณะ. (2566). การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากวิถีพุทธเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนวัด

หาดมูลกระบือ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร. วารสารวิจัยวิชาการ, 6(6), 112-128.

ลักษมี เสือแปน. (2555). ความสำเร็จของการพัฒนากลุ่มอาชีพและความเชื่อมโยงกับการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน กรณีศึกษา กลุ่มอาชีพสตรีแปรรูป

ผลิตภัณฑ์กล้วยน้ำว่า บ้านเขาสะพายแรง ตำบลสนามแย อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารพัฒนาชุมชน, 8(1), 89-105.

วิรัช วิรัชนิภาวรรณ และคณะ. (2563). การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนด้วยกระบวนการ

เรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. วารสารการจัดการธุรกิจชุมชน, 14(3), 78-94.

สมพร เทพสิทธา. (2565). แนวทางการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อความยั่งยืน. วารสารพัฒนาสังคมและ

ชุมชน, 10(2), 45-60.

สิริกาญจน์ ทวีพิธานันท์ และคณะ. (2566). การศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการตลาดของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฝรั่งอินทรีย์ (บ้านตะครอ)

เพื่อขยายตลาดไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่. วารสารวิจัยและพัฒนา, 13(1), 78-95.

สุชาดา ศรีเชื้อ และคณะ. (2558). บทบาทของหน่วยงานภาครัฐในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)

ของจังหวัดสงขลา เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 8(2), 45-62.

สุมณฑา สุภาวิมล. (2566). การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเชิงพุทธ. วารสารพุทธศาสตร์ประยุกต์, 12(1), 134-149.

Creswell, J. W., & Plano Clark, V. L. (2018). Designing and conducting mixed methods

research (3rd ed.). SAGE Publications.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika,

(3), 297-334.

DCED. (2017). The DCED standard for measuring results in private sector development:

Control points and compliance criteria (Version VIII). Donor Committee for Enterprise Development. Retrieved 30

September 2025, from https://www.enterprise-development.org

Donovan, J., Franzel, S., Cunha, M., Gyau, A., & Mithöfer, D. (2015). Guides for value chain development: A comparative review.

Journal of Agribusiness in Developing and

Emerging Economies, 5(1), 2-23. https://doi.org/10.1108/JADEE-07-2013-0025

ILO. (2018). Women and men in the informal economy: A statistical picture (3rd ed.).

International Labour Organization. Retrieved 30 September 2025, from https://www.ilo.org

Klijn, E. H., & Koppenjan, J. (2016) . Governance networks in the public sector. Routledge.

Murphy, C., Woods, M., Black, N., & McManus, C. (2011). Government roles in economic development. Public

Administration Review, 71(3), 423-438.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140),

-55.

Murphy, C., Woods, M., Black, N., & McManus, C. (2011). Government roles in economic development. Public Administration

Review, 71(3), 423-438.

Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory (3rd ed.). McGraw-Hill.

Narayan, D., Pritchett, L., & Kapoor, S. (2009). Moving out of poverty: Success from the

bottom up (Vol. 2). Palgrave Macmillan and World Bank.

Rhodes, R. A. W. (2017). Understanding governance: Policy networks, governance,

reflexivity and accountability. Open University Press.

Stiglitz, J. E. (2000). Economics of the public sector (3rd ed.). W.W. Norton & Company.

Turner, R. C., & Carlson, L. (2003). Indexes of item-objective congruence for

multidimensional items. International Journal of Testing, 3(2), 163-171. https://doi.org/10.1207/S15327574IJT0302_5

World Bank. (2016). World development report 2016: Digital dividends. The World Bank

Group. https://doi.org/10.1596/978-1-4648-0671-1