แนวทางพัฒนาการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริม การเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การบริหารงานวิชาการ, สถานศึกษา, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมาบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา 2) เสนอแนวทางพัฒนาการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา การวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจําเป็นของพัฒนาการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ จำนวน 579 คน กำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเทียบกลุ่มตัวอย่างของ เครจซี่ และมอร์แกน ซึ่งได้กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 234 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 32 คน และครูศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ จำนวน 202 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ค่าดัชนีความต้องการจําเป็น ระยะที่ 2 การเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา จากการสังเคราะห์ผลค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 10 คน ถอดบทการสัมภาษณ์โดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและการบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัย พบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก (𝑥̅= 3.70, S.D. = 0.85) สภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.86, S.D. = 0.32) และค่าดัชนีความต้องการจำเป็นมีค่าเท่ากับ 0.314 (PNImodified =0.314) และได้แนวทางพัฒนาการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมาทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา คือ สถานศึกษาควรมีระบบส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาความรู้ ทักษะ และความสามารถอย่างสม่ำเสมอ 2) ด้านการวัดผล ประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้ความสำคัญในการกำหนดเกณฑ์และวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่เหมาะสม ยุติธรรม สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา 3) ด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรสนับสนุนครูในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นความถนัด และความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก 4) ด้านการนิเทศการศึกษา คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีการวางแผนและกำหนดเป้าหมายในการนิเทศการศึกษาอย่างชัดเจน และ 5) ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมกำหนดหลักสูตรให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน
เอกสารอ้างอิง
ครรชิต คำดี.(2559).แนวทางพัฒนาบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.
ธันยาภรณ์ สังข์เมือง.(2565). ความต้องการจำเป็นและแนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลกเขต1. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพ: สุวีริยาสาส์น.
บุศรา นิยมเวช.(2563). บทบาทของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในเขตกรุงเทพมหานครต่อการสร้างการมีส่วนร่วมและเครือข่าย การเรียนรู้ตลอดชีวิต.วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, ปีที่ 8 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนมีนาคม - เมษายน 2563, หน้า 643-655.
ปรัชญาลักษณ์ ภู่เสือ.(2563). การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พุธิตาพร ใจดี.(2565).การบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษ(O-NET)สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1.วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ไพศาล หวังพานิช.(2565). เอกสารการสอนวิชาสถิติเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์. นครราชสีมา : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล.
ศักดา กะแหมะเตบ.(2562).แนวทางการพัฒนางานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2562, หน้า 159-171.
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 (ฉบับย่อ). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา.(2566).สรุปผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ 2566. สืบค้นจาก https://pubhtml5.com/bhahi/haiv/?fbclid=1189770, สืบค้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566
อภิชา พุ่มพวง.(2559).ปัญหาและแนวทางการบริหารงานวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา.
อัญชลี ปสันตา.(2562). แนวทางการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอในศตวรรษที่ 21. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการศึกษาตลอดชีวิต,คณะศึกษาศาสตร์,มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Krejcie, J.; & Morgan, C. (1970). The Human Predicament: Its Changing Image: A Study in Comparative Religion and History. New York: St. Martin’s Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการแสงอีสาน Saeng-Isan Academic Journal ISSN:3027-6152(Print), ISSN:3027-6160(Online)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เชียนบทความโดยตรง ซึ่งวารสารไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนั้น ผู้เขียนทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์เผยแพร่นั้น จะต้องไม่เป็นบทความที่กำลังอยู่ในการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่นหรือเคยตีพิมพ์เผยแพร่มาแล้ว หากมีการใช้ภาพ ข้อความหรือตารางของผู้เขียนหรือผู้นิพนธ์ท่านอื่น ผู้เขียนจะต้องอ้างแหล่งที่มาหรือเจ้าของลิขสิทธ์
Publication Ethic:
The detail published in Saeng Isan Journal is opinion and responsibility of the authors, and it is not relevant with the jouranl. Besides, the authors must certify that the original manuscript is not in the process to publish in other journals or used to publish in other journals. If the authors use paragraphs, pictures or tables from others, the athours must refer to the original sources.
Article Consideration:
Each article will be published by a panel three journalists with expertise in relevant fields, and get the editorial approval before publishing. The review is in the form of The article's double blind.
To comply with copyright law. The author must sign the copy of the article submission form to the journal. In addition, the author must confirm that the original article submitted to the journal is only one publication in Saeng Isan Journal. If the images or tables of other authors appearing in other publications are used, the author must ask permission of the copyright owner before publishing.