ความสำเร็จในการนำไปปฏิบัติโดยผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดบริการสังคม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ในประเทศไทย
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์หลักของบทความวิจัยนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฏหมาย ที่เป็นเครื่องมือส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องเด็ก และเยาวชน ดังนั้น ผู้ปฏิบัติหน้าที่จำเป็นต้องมีความแม่นยำในความรู้ และความเข้าใจ เกี่ยวกับกฏหมายที่เกี่ยวข้อง ที่จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลือกตัวบทกฏหมายที่ถูกต้อง และการประยุกต์ใช้ที่เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีความพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ปฏิบัติหน้าที่จำเป็นต้องมีคุณธรรมในใจ และการทำงานอย่างเคร่งครัด ด้วยความมั่นใจในจริยธรรมเชิงวิชาชีพ และหลักการต่างๆ เพื่อที่จะได้ระดับของความสำเร็จในการนำไปปฏิบัติเกี่ยวกับความสามารถต่างๆของผู้ปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อที่จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และการยอมรับทางสังคมในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการสังคมด้านการปกป้องเด็กและเยาวชน นอกเหนือจากความสำคัญของตัวบทกฎหมาย คือผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องมีจิตสำนึก และภาระผูกพันของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ที่จะนำไปสู่การนำกฎหมายไปปฏิบัติ เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม และบริบททางสังคมของแต่ละกรณี การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยทั้งเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีจุดมุ่งหมายในการแสดงถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีต่อความสำเร็จในการนำไปปฏิบัติของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในการจัดบริการสวัสดิการสังคมสำหรับการปกป้องเด็ก และเยาวชนในประเทศไทย ข้อค้นพบที่สำคัญจากความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆที่ใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 เกี่ยวกับปัจจัยด้านคุณธรรม และจริยธรรม ด้านความรู้และความเข้าใจในระดับสูงมาก นอกจากนี้ ปัจจัยด้านคุณธรรม และจริยธรรม มีระดับความสัมพันธ์ที่สูงมากกับความสามารถของผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านทัศนคติ และระดับคุณธรรม จริยธรรมของผู้ปฏิบัติหน้าที่มีอิทธิพลเชิงบวกกับความสำเร็จในการนำไปปฏิบัติ เรียงตามลำดับได้ดังนี้ (1) ความสามารถด้านทัศนคติที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ (2) ความสามารถด้านพฤติกรรมที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ และ (3) ความสามารถด้านความรู้ และการมุ่งผลสัมฤทธิ์ ผลที่น่าสนใจของการวิจัยเชิงคุณภาพในการวิจัยครั้งนี้ พบว่า การใช้ความเมตตาเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติกับเด็กและเยาวชนเป็นสิ่งที่ดี หากผู้ใช้มีแต่ความเมตตาโดยขาดหลักวิชาชีพ หรือไม่มีความเข้าใจต่อเด็กตามพัฒนาการ หรือลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคน ผลร้ายอาจเกิดขึ้นในทางตรงกันข้ามกับเด็กเสียเอง ดังนั้น จึงต้องใช้ความเมตตาอย่างพึงระวัง ปัจจุบันพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ยังคงทันสมัยและเหมาะสม ในแง่มุมของสภาพแวดล้อมทางสังคม และยังคงสามารถใช้ได้ในการช่วยเหลือ และปกป้องสวัสดิการเด็ก ปัญหาต่างๆที่ปรากฏไม่ได้เกิดขึ้นการใช้ตัวบทกฏหมายเอง แต่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมาย ที่ยังคงไม่ก้าวหน้า
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และกองบรรณาธิการไม่มีส่วนรับผิดชอบหรือไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนั้น แต่ประการใด

