การกำหนดอัตราค่าเช่าซื้อในธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
คำสำคัญ:
อัตราค่าเช่าซื้อ รถจักรยานยนต์ การคุ้มครองผู้บริโภคบทคัดย่อ
เนื่องจากในปัจจุบันระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทยยังไม่เพียงพอและครอบคลุมทุกพื้นที่ รถจักรยานยนต์จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ไม่สูงมากนักและขาดความพร้อมทางด้านการเงิน จึงไม่มีกำลังทางการเงินที่จะซื้อรถจักรยานยนต์ได้ด้วยเงินสด ด้วยเหตุดังกล่าวผู้บริโภคเหล่านี้จึงต้องพึ่งพาอาศัยการขอสินเชื่อจากผู้ประกอบธุรกิจด้วยวิธีการทำสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ และเมื่อผู้บริโภคขอสินเชื่อจากผู้ประกอบธุรกิจด้วยวิธีการทำสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจเหล่านี้จะได้ผลตอบแทนหรือผลประโยชน์อยู่ในรูปแบบของอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บจากผู้บริโภคในการทำสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์นั้นมีอัตราสูง ทำให้อัตราค่าเช่าซื้อโดยรวมทั้งสัญญาเช่าซื้อสูงตามไปด้วย กล่าวคือ เพียงแค่เฉพาะอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ผู้บริโภคต้องชำระให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสำหรับการทำสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน ก็มีมูลค่าเกือบเทียบเท่ากับราคาเงินสดของรถจักรยานยนต์คันที่เช่าซื้อ ซึ่งเป็นการเอารัดเอาเปรียบและก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากเกินสมควร
จากการศึกษาพบว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับสัญญาเช่าซื้อและกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับผู้ประกอบธุรกิจไว้อันได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 แต่มาตรการทางกฎหมายไทยก็ยังไม่เพียงพอและครอบคลุมถึงการควบคุมอัตราค่าเช่าซื้อแต่อย่างใด ในส่วนของการศึกษามาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศ อันได้แก่ ประเทศอังกฤษ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอินเดีย พบว่าในประเทศอังกฤษได้มีกฎหมายเกี่ยวกับหลักเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นธรรมระหว่างคู่สัญญา (unfair relationship) ซึ่งได้ให้อำนาจของศาลไว้อย่างกว้างขวางในการพิจารณาว่าสัญญาใดบ้างที่ไม่เป็นธรรม เพื่อที่ศาลจะได้ทำคำสั่งได้อย่างเหมาะสมซึ่งหลักเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นธรรมระหว่างคู่สัญญานี้ยังสามารถนำไปบังคับใช้กับสัญญาที่สิ้นสุดลงแล้วได้ด้วย ส่วนรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมอัตราค่าใช้จ่ายทางการเงิน (finance charge) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของสินเชื่อผู้บริโภคที่ผู้บริโภคต้องชำระทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจไว้ และสุดท้ายคือประเทศอินเดีย ได้เคยมีมาตรการทางกฎหมายที่ถูกตราขึ้นมาเพื่อจำกัดอัตราค่าธรรมเนียมการเช่าซื้อ (hire-purchase charges) ไว้ แม้ภายหลังบทบัญญัติดังกล่าวจะถูกยกเลิกไป แต่สาเหตุแห่งการยกเลิกก็เนื่องมาจากสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการคำนวณค่าธรรมเนียมการเช่าซื้อนั้นมีความสลับซับซ้อนและเกินกว่าที่ประชาชนจะเข้าใจได้ และเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวในสภาพสังคมของอินเดียนั้นมิได้เอารัดเอาเปรียบคู่สัญญา
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้เสนอให้มีมาตรการทางกฎหมายที่ออกมาคุ้มครองผู้บริโภคที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับผู้ประกอบธุรกิจ โดยได้เสนอให้มีการควบคุมอัตราค่าเช่าซื้อ ด้วยวิธีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อไว้ในประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 เพื่อคุ้มครองมิให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระที่สูงเกินไป
เอกสารอ้างอิง
นนทวัชร์ นวตระกูลพิสุทธิ์, กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2560)
ผู้จัดการบริการทีมกลยุทธ์ ศคง., ดอกเบี้ยเงินกู้แบบเงินต้นคงที่ (28 มกราคม 2564) ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย <https://www.1213.or.th/th/serviceunderbot/loans/pages/flateffective.aspx>
มานะ พิทยาภรณ์, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะเช่าซื้อ (นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2521)
วันเฉลิม วงศ์พันธ์, ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการปิดบัญชีหนี้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ (เศรษฐศาสตร
มหาบัณฑิต คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2556)
สำเรียง เมฆเกรียงไกร, คำอธิบายกฎหมายเช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ลีสซิ่ง (กรุงเทพฯ: นิติธรรม, พิมพ์ครั้งที่ 2, 2560)
Bradley Say, Unfair Relationship Under the Consumer Credit Act (1 Feb 2021) i-m-a.org.uk <https://www.i-m-a.org.uk/wp-content/uploads/ima-ljdoc-185%204.pdf>
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และกองบรรณาธิการไม่มีส่วนรับผิดชอบหรือไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนั้น แต่ประการใด

