การพิจารณาคดีอาญาลับหลังจำเลยที่หลบหนี
คำสำคัญ:
การพิจารณาคดีอาญาลับหลังจำเลยที่หลบหนีบทคัดย่อ
กระบวนการยุติธรรมทางอาญามีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันปราบปราบอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคมส่วนรวม เพื่อคุ้มครองผู้เสียหายให้ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรมและในขณะเดียวกันก็มุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหา ในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด การพิจารณาและสืบพยานในศาลต้องกระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย ซึ่งหลักสิทธิมนุษยชนอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานบัญญัติให้คนทุกคนพึงได้รับอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ไม่ถูกเลือกปฏิบัติได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเสมอภาค พิจารณาคดีบนพื้นฐานหลัก “การฟังความทุกฝ่าย” ซึ่งหลักกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองในมาตรา 14 (1) กำหนดให้บุคคลเสมอกันในการพิจารณาของศาลและคณะตุลาการในการพิจารณาคดีอาญาซึ่งตนต้องหาว่ากระทำผิด หรือการพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของตน บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิได้รับการพิจารณาอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม (3)(ง) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทย มาตรา 46 ได้กำหนดให้การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในคดีแพ่งต้องรอให้คดีอาญามีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อนซึ่งบทบัญญัติของกฎหมายได้ผูกคดีแพ่งไว้กับคดีอาญา จึงมีการนำหลักการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยมาใช้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่โจทก์หากจำเลยหลบหนีตามบทบัญญัติมาตรา 172 ทวิ มาตรา 172 ทวิ/1 มาตรา 172 ทวิ/2 มาตรา 180 มาตรา 230 และมาตรา 237 ทวิแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลยที่หลบหนีได้ ศาลแพ่งจึงพิจารณาค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้แม้ตัวจำเลยหนีไปยังพอยึดอายัดทรัพย์ที่เหลืออยู่มาชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้ เป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ก่อให้เกิดการกระทบสิทธิจำเลยที่ไม่มีจิตใจชั่วร้ายเจตนาหลบหนีสิ่งที่ตัวเองกระทำผิด เช่นจำเลยอาจย้ายที่อยู่จึงไม่ได้รับหมายศาลเป็นต้น เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามวันนัดพิจารณาของศาลให้ถือว่าจำเลยหลบหนีทั้งสิ้น จึงควรให้สิทธิจำเลยที่กลับมาปรากฏตัวในภายหลังขอดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ได้ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อรักษาสมดุลระหว่างประโยชน์แก่คู่ความทั้งสองฝ่าย หากจำเลยมีเจตนาหลบหนีการพิจารณาคดีไม่ยอมกลับมาเข้าสู่กระบวนการทางศาล เมื่อจำเลยหนีไปจนหมดอายุความก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ จึงควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเมื่อหนีไปอายุความสะดุดหยุดลงและควรมีบทบัญญัติโทษฐานหลบหนีในชั้นปล่อยตัวชั่วคราวไว้ด้วย
เอกสารอ้างอิง
คณิต ณ นคร, กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2549).
มานิต จุมปา, ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.2540) (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์นิติธรรม, 2545).
มธุริน พงศกรพาณิช อภิชัย วิลาวรรณ, “นิติธรรมสำหรับผู้สอนวิชากฎหมายในสถาบันการศึกษา” (2560) 13:2 วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ.
Christener E.smith, Criminal procedure (New York: THOMSON WADSWORTH, 2003).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และกองบรรณาธิการไม่มีส่วนรับผิดชอบหรือไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนั้น แต่ประการใด

