สิทธิในการแจ้งย้ายออกจากภูมิลำเนาของผู้เยาว์ตามกฎหมาย
คำสำคัญ:
ย้าย , ภูมิลำเนา , ผู้เยาว์บทคัดย่อ
การที่กฎหมายกำหนดภูมิลำเนาของผู้เยาว์ขึ้นมาเพราะว่าผู้เยาว์เป็นบุคคลที่อ่อนด้วยอายุและประสบการณ์ กฎหมายจึงให้ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ปกครองเข้ามากำหนดภูมิลำเนาให้เพื่อที่จะเป็นการคุ้มครองตัวผู้เยาว์มากกว่าที่จะอนุญาตให้ผู้เยาว์แสดงเจตนาในการกำหนดภูมิลำเนาเป็นของตนเองซึ่งอาจจะส่งผลเสียตัวต่อผู้เยาว์หรือกองทรัพย์สินได้ ดังนั้นภูมิลำเนาของผู้เยาว์ได้แก่ภูมิลำเนาของผู้แทนโดยชอบธรรมซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครอง แต่เมื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ในการย้ายภูมิลำเนาของผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 พบว่ามีหลักการที่ขัดแย้งกันอยู่เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้ผู้เยาว์ต้องมีภูมิลำเนาแห่งเดียวกับผู้แทนโดยชอบธรรมซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง เพราะตัวของบิดามารดาที่เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิกำหนดที่อยู่ของผู้เยาว์ได้ตามมาตรา 1567 (1) นั้นเอง เพราะบิดามารดาผู้ใช้อำนาจปกครองมีหน้าที่ต้องให้ความอุปการะเลี้ยงดู รวมทั้งให้การศึกษาแก่บุตรตามสมควร ดังนั้นบุตรจึงต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของบิดามารดาหรือผู้ใช้อำนาจปกครอง กฎหมายจึงให้สิทธิบิดามารดาหรือผู้ใช้อำนาจปกครองที่จะกำหนดที่อยู่ของบุตรผู้เยาว์ว่าจะให้อยู่ที่ใดตามที่เห็นสมควร นอกจากนี้มาตรา 44 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็กำหนดให้ผู้เยาว์มีภูมิลำเนาตามผู้แทนโดยชอบธรรมซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง และโดยปกติบิดามารดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมก็จะมีภูมิลำเนาที่เดียวกันอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้แต่อย่างใด[1] แต่เมื่อมาพิจารณาพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 30 กำหนดให้บุคคลที่อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ สามารถแจ้งย้ายภูมิลำเนาด้วยตนเองได้ ภายใต้เงื่อนไขของการแสดงเจตนาที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงภูมิลำเนาไปยังภูมิลำเนาที่แท้จริง ซึ่งเห็นได้ว่าในกรณีนี้ไม่จำเป็นที่ผู้เยาว์ต้องมีภูมิลำเนาแห่งเดียวกับผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ปกครอง และเห็นได้ว่าผู้ใช้อำนาจปกครองซึ่งก็คือบิดามารดาก็จะไม่สามารถกำหนดที่อยู่ของบุตรผู้เยาว์ที่อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ได้ตามมาตรา 1567 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งในประเด็นนี้หากผู้เยาว์ที่อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ทำการแจ้งย้ายภูมิลำเนาโดยชอบด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 แล้ว บิดามารดาหรือผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ย่อมไม่สามารถอ้างเหตุว่าตนสามารถกำหนดที่อยู่ของบุตรเพื่อเพิกถอนสิทธิในการย้ายภูมิลำเนาตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นภูมิลำเนาที่แท้จริงของผู้เยาว์ได้
เอกสารอ้างอิง
กิตติศักดิ์ ปรกติ, หลักกฎหมายบุคคล (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2555).
กิตติศักดิ์ ปรกติ, คำอธิบายกฎหมายลักษณะบุคคล: บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2561).
ช.ชยินทร์ เพ็ชญไพศิษฏ์และนัดดาภา จิตต์แจ้ง, กฎหมายธุรกิจ (Business Law) (สมุทรปราการ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2557).
ประชุม โฉมฉาย, หลักกฎหมายโรมันเบื้องต้น (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โรงพิมพ์เดือนตุลา, 2555).
ประสิทธิ โฆวิไลกูล, คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบุคคล (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์นิติธรรม, 2562).
ประสพสุข บุญเดช, คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว (กรุงเทพมหานคร: สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิต สภา, 2564).
วันภิเษก จารุจิตร, การกำหนดภูมิลำเนาของผู้เยาว์ (นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายเอกชน, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2563).
สมทบ สุวรรณสุทธิ, คำสอนชั้นปริญญาตรีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบุคคล (พระนคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2514).
อังคณาวดี ปิ่นแก้ว, คำอธิบายกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย บุคคล (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2561).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และกองบรรณาธิการไม่มีส่วนรับผิดชอบหรือไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนั้น แต่ประการใด

