พัฒนาการกฎหมายการทำแท้งประเทศไทยและประเทศไอร์แลนด์
คำสำคัญ:
กฎหมายการทำแท้ง , การตั้งครรภ์ , สิทธิสตรีบทคัดย่อ
การทำแท้งหรือการยุติการตั้งครรภ์เป็นประเด็นที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน มีแนวคิดและ ทฤษฎีที่สนับสนุน ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการทำแท้งถูกกฎหมายและฝ่ายที่คัดค้านการทำแท้งอย่างเคร่งครัด แนวคิดทฤษฎีที่สนับสนุนการทำแท้งถูกกฎหมายเช่นแนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพของหญิง แนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพของทารก สภาพเศรษฐกิจ ผลกระทบทางสังคม ทฤษฎีสิทธิ เสรีภาพซึ่งเห็นว่าหญิงมีสิทธิ์ใน ตัวร่างกาย ของหญิงมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ ยุติการตั้งครรภ์ด้วยตัวเองได้ ส่วนฝ่ายที่คัดค้านการทำแท้งถือว่าการทำแท้งเป็น อาชญากรรมโดยยึดในแนวคิดทางศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ทฤษฎีสิทธิของการมีชีวิตของทารก ส่วนกฎหมายการทำแท้งของไทยในปัจจุบันหลังจากมี พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2564 การทำแท้งในขณะที่อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์นั้นเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วน กฎหมายเกี่ยวกับการทำแท้ง ในประเทศไอร์แลนด์ เดิมประเทศไอร์แลนด์มีกฎหมายห้ามการทำแท้งอย่างเคร่งครัด โดยไม่ คำนึงถึงสุขภาพของหญิงหรือสุขภาพของทารกในครรภ์ จนเกิดมีกรณีที่สะเทือนใจคนส่วนใหญ่ มีการประท้วงของกลุ่มสตรีจนรัฐบาลต้องให้มีการลงประชามติ ว่าควรจะมีการทำแท้งที่ถูกกฎหมายหรือไม่ซึ่งผลการลงประชามติ ชาวไอร์แลนด์ส่วนใหญ่เห็นว่าการทำแท้งเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
การตัดสินใจของประชาชนชาวไอร์แลนด์ในการยกเลิกข้อห้ามทำแท้ง โดยคำนึงถึงสิทธิสตรีและสุขภาพของหญิงทำให้เป็นแบบอย่าง ของ ประเทศต่างๆทั่วโลก
เอกสารอ้างอิง
ฉวีวรรณ วรรณประเสริฐและคณะ, ประเพณีที่ช่วยส่งเสริมการผสมผสานทางสังคมระหว่างชาวไทยพุทธกับชาวไทยมุสลิม (ปัตตานี; คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี., พิมพ์ครั้งที่ 2, 2525).
Adaymagazine, #HomeToVote ถนนเส้นยาวสู่การทำแท้งที่ถูกกฎหมายในประเทศไอร์แลนด์ (1 มกราคม 2568) WOMEN .
BBC, ประชามติทำแท้งในไอร์แลนด์: "ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากทำแท้ง" (1 มกราคม 2568) international .
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และกองบรรณาธิการไม่มีส่วนรับผิดชอบหรือไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนั้น แต่ประการใด

