ผลของการจัดกิจกรรมบทบาทสมมติร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่มีต่อความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดตองปุ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการจัดกิจกรรมบทบาทสมมติร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมบทบาทสมมติร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และ 3. เพื่อวิเคราะห์แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สังคมศึกษาที่ส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนวัดตองปุ จำนวน 25 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบง่ายโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยของการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 15 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 16 ข้อ และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างจำนวน 9 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์
ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมบทบาทสมมติร่วมกับการจัด การเรียนรู้เชิงรุกในระดับมาก (𝑥̄ = 4.49, S.D. = 0.45) และ 3. แนวทางการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก คือ 1) การออกแบบกิจกรรมให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้เรียน 2) การจัดกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ร่วมกัน และ 3) การใช้ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการกระตุ้นการคิดวิเคราะห์และการสะท้อนผลการเรียนรู้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
ปนัดดา พาณิชยพันธุ์, จิดาภา สนจุมพะ, และ ศุภิสรา งามเลิศ. (2568). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง มารยาทชาวพุทธโดยใช้เทคนิคบทบาทสมมติสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพระนารายณ์. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 16(2), 199–216. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/truhusocjo/ article/view/277924
ธีรพงศ์ เผ่าน้อย, และภูริภัทร หมอยาดี. (2568). ผลของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหมี่วิทยา. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 1(1), 43–62. https://so10.tci-thaijo.org/index.php/HSEdutrujo/article/view/2043
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). รายงานผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. พริกหวานกราฟฟิค.
Bonwell, C. C. & Eison, J. A. (1991). Active Learning: Creating Excitement in The Classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report. George Washington University.
Dewey, J. (1938). Experience and Education. Macmillan Company.
Joyner, B. & Young, L. (2006). Teaching Medical Students Using Role Play: Twelve Tips for Successful Role Plays. Medical Teacher, 28(3), 225–229. https://doi.org/10.1080/01421590600711150
Kawashima-Ginsberg, K. & Levine, P. (2014). Civic Education and Democratic Engagement: The Impact of Experiential Learning in Social Studies Classrooms. Journal of Political Science Education, 10(3), 276–293. https://doi.org/10.1080/15512169.2014.893850
Kolb, D. A. (1984). Experiential Learning: Experience as The Source of Learning and Development. Prentice Hall.
McMillan, D. W. & Chavis, D. M. (2019). Sense of Community: A Theory Revisited. American Journal of Community Psychology, 64(1–2), 12–24. https://doi.org/10.1002/ajcp.12315
O’Sullivan, M. (2017). Role-play and Research: Using Drama to Enhance Teaching and Learning. https://www.researchgate.net/publication/345525291_Role-play_and_research
Prince, M. J. (2004). Does Active Learning Work? A Review of The Research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223–231. https://doi.org/10.1002/j.2168-9830.2004.tb00809.x