การส่งผ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านงานสตรีทอาร์ตที่ดำเนินการโดยหน่วยงานราชการ กรณีศึกษาสตรีทอาร์ตใต้สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี

ผู้แต่ง

  • ดร.ภารณี อินทร์เล็ก อาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ อีเมล: paranee.i@rmutsb.ac.th
  • ภัคธร ชาญฤทธิเสน อาจารย์ประจำสาขาวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์เชิงท่องเที่ยว คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม อีเมล: phakatorn.c@chandra.ac.th
  • ดร.สุระ พิริยะสงวนพงษ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิชาพุทธศิลป์ศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อีเมล: sura.pir@mbu.ac.th

คำสำคัญ:

ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สตรีทอาร์ต, สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์, บางศรีเมือง, นนทบุรี

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการส่งผ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านงานสตรีทอาร์ตที่ดำเนินการโดยหน่วยงานราชการ กรณีศึกษาคือสตรีทอาร์ตใต้สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งถูกจัดทำขึ้นภายใต้โครงการฟื้นฟูและพัฒนาเมืองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้านประวัติศาสตร์ กีฬา วิถีชีวิต และสุขภาพ งานสตรีทอาร์ตดังกล่าวถูกออกแบบและดำเนินการโดยศิลปินที่ได้รับการว่าจ้างจากภาครัฐ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สัญลักษณ์ประจำจังหวัด วิถีชีวิตและวัฒนธรรม รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยีสามมิติและความจริงเสริม (Augmented Reality) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจเชิงท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่างานสตรีทอาร์ตนี้มีลักษณะของการสื่อสารเชิงสัญญะที่มุ่งนำเสนอความหมายตรงไปตรงมา (Denotative meaning) ทั้งนี้เกิดจากความต้องการสื่อสารให้นักท่องเที่ยวเข้าใจง่าย ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับเกาะเกร็ดและชาวมอญถูกเลือกให้เป็นสิ่งที่ภาครัฐส่งผ่านในงานสตรีทอาร์ต จากกระบวนการจัดสร้างสตรีทอาร์ตที่เกิดขึ้นเบ็ดเสร็จโดยภาครัฐทำให้สตรีทอาร์ตแห่งนี้มีรูปแบบการนำเสนอแตกต่างจากสตรีทอาร์ตเพื่อการท่องเที่ยวแหล่งอื่น ขาดมิติที่แสดงให้เห็นความสำคัญของพื้นที่และการมีส่วนร่วมจากชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนศาลหลักเมืองเดิมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตำบลบางศรีเมืองซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของงาน สตรีทอาร์ตกลับไม่ได้รับการสะท้อนเรื่องราวหรือประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในผลงานศิลปะที่จัดแสดง นอกจากนี้ยังเห็นถึงการจำกัดบทบาทของศิลปินในฐานะผู้ปฏิบัติตามกรอบที่รัฐกำหนดมากกว่าการสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกับประเด็นของชุมชน การวิจัยจึงชี้ให้เห็นประเด็นท้าทายสำคัญของการนำสตรีทอาร์ตมาใช้เป็นสื่อในการส่งผ่านประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ท้องถิ่นภายใต้กรอบการดำเนินงานของหน่วยงานราชการ กล่าวคือ แม้งานศิลปะจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ใหม่และดึงดูดการท่องเที่ยวได้ แต่กลับลดทอนบทบาทของสตรีทอาร์ตในฐานะเครื่องมือทางสังคมและวัฒนธรรมที่สะท้อนเสียงของชุมชน การพัฒนาเช่นนี้จึงควรคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงและยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

ณพัชร สุวรรณกิจ, 2562. “กระบวนการทำให้เมืองมีชีวิตด้วยกราฟฟิตี้ในบทบาทของสตรีทอาร์ต” การวางแผน

ภาคและเมืองมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย.

เดชดิลก ลิ้มวิรัตน์, 2556. “สตรีทอาร์ตสะท้อนสังคมวัตถุนิยม” ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ (ทฤษฎีศิลป์)

ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ปราง ศิลปะกิจ และคณะ, 2564. “ศิลปะบนพื้นที่และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กรณีศึกษา ตลาดน้อย

เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร.” วารสารชุมชนวิจัย 16 (1) : 24-36.

ปิยะธิดา ขันสิงหา, 2564. “การใช้สตรีทอาร์ตเพื่อเป็นกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว” นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต

สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปิยะนาถ อังควาณิชกุล, 2563. การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์และลักษณะอาคารของสถาปัตยกรรมชิโน- โปรตุกีสใน

เมืองภูเก็ตระหว่างพ.ศ.2545-2559. กรุงเทพฯ : วีรณาเพรส.

พนิดา ศิริกุล และพรรณวดี ขำจริง, 2562. ศึกษาภาพสตรีทอาร์ตเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมจังหวัด

ภูเก็ต. การประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 11 วันที่ 27-28 มีนาคม. ค้นเมื่อ 28

ธันวาคม 2568, จาก https://wjst.wu.ac.th/index.php/wuresearch/article/view/6630

พิศาล บุญผูก. นนทบุรี ศรีมหานคร. นนทบุรี : โครงพัฒนาและเผยแพร่สารสนเทศจากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านนนทบุรีศึกษาเพื่อส่งเสริมบริการห้องสมุดสู่ชุมชน สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2560.

แมนฤทธิ์ เต็งยะ, 2558. “พัฒนาการทางรูปแบบสตรีทอาร์ตในประเทศไทย” ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา

ทฤษฎีศิลป์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

แมนฤทธิ์ เต็งยะ, 2559. “จากวัฒนธรรมกราฟฟิตีสู่งานสตรีทอาร์ตในประเทศไทย.” มนุษยศาสตร์และศิลปะ

มหาวิทยาลัยศิลปากร 9 (2): 2424-2432.

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี, 2566. จำนวนนักท่องเที่ยว. ค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567, จาก

https://nonthaburi.gdcatalog.go.th/dataset/f588e108-0b27-4a6e-b8af-d48bfa7c5172

สุจิตต์ วงศ์เทศ, 2548. กรุงเทพฯ มาจากไหน. กรุงเทพฯ : มติชน.

เสมา ธนาบริบูรณ์ และกฤษณ์ ทองเลิศ, 2563. สตรีทอาร์ตเพื่อการสื่อสารการท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าในเขต

กรุงเทพมหานครผ่านสื่อใหม่. งานประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี 2563, 406-

หวน พินธุพันธ์, 2547. ประวัติศาสตร์เมืองนนทบุรี. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.

หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา, 2563. อดีตนครราชสีมา. ค้นเมื่อ 6 สิงหาคม 2568, จาก

https://www.finearts.go.th/nlt-korat/view/18088-อดีตนครราชสีมา

Baratashvili T., 2013. The message of street art – street art as commodity and

communications tools. Retrieved September 20, 2020, from https://www.academia

.edu/4747660/The_Message_of_Street_Art_Street_Art_as_Commodity_and_

Communications _Tool

Bello M., 2011. Jorge Rodriguez Gerada Interview. Fecal Face. Retrieved January 23,

, from http://www.fecalface.com/SF/index. php/features-mainmenu-102/2953-

jorgerodriguez-gerada-interview.

Caldas, R. 2015. The East Side Gallery. Retrieved December 27, 2025, from https://www.

academia.edu/download/47139068/MA_Interpretation_and_Communication_of_

Uncomfortable_Heritage_East_Side_Gallery_Roberta_Caldas.pdf

Gastman R., Rowland D. & Sattler I., 2006. Freight Train Graffiti. New York: Abrams.

Goodsell C. T., 2003. The concept of public space and its democratic manifestations.

The American Review of Public Administration, 33 (4): 361-383.

Insch A., & Walters, T., 2017. “Conceptualising the role of street art in urban tourism.”

CAUTHE (27th: 2017: Dunedin, New Zealand) (pp. 615-617). Dunedin, New Zealand:

Department of Tourism, University of Otago.

Liang C., 2017. George Town’s Street Mural Art and Tourism Impact. Asian

Journal of Tourism Research, 2 (3) :168-188. Retrieved September 20, 2020, from

https://doi.org/10.12982/AJTR.2017.0022

Mancini L., 2019. Graffiti as gift: Street art’s conceptual emergence. Nuart Journal, 1 (2) :30-35.

Retrieved September 10, 2023, from https://nuartjournal.com/wp-content/uploads/2019/

/Nuart -Journal_vol1-no2-07_Mancini.pdf

Sacks S., 2005. “Performing an Aesthetics of Interconnectedness,” Retrieved November 21, 2020,

from http://www.greenmuseum.org/c/enterchange/artists/sacks.

Sadatiseyedmahalleh S., Rahman S., & Abdullah A., 2015. Analyzing Street Art to

Present the Heritage of George Town, Malaysia. International Journal of Multicultural

and Multireligious Understanding. 2(4), 24-30. Retrieved November 21, 2020, from

https://www. researchgate.net/publication/301869104_Analyzing_Street_Art_to_

Present_the_Heritage _of_George_Town_Malaysia

Staal J., 2012. Art in defense of democracy. Retrieved November 21, 2020, from

https://jonasstaal.nl/site/assets/files/1205/art_in_defense_of_democracy_ _nws_

handbook.pdf

Unesco World Heritage Convention, 2011. Melaka and George Town, Historic Cities of the

Straits of Malacca. Retrieved November 21, 2020, from https://whc.unesco.org/

en/list/1223

Wanjiku, N., 2024. The Evolution of Street ART : From Graffiti to Social Commentary. Research

Output Journal of Arts and Management, 3(1) :17-19.

Wu, Y., Cao, Y., 2021. Wall Art in George Town: The Effects of Aesthetic Gentrification in a

Cultual Heritage Site. JATI-Journal of Southeast Asian Studies, 26(2) :174-206.

Yan, L., Xu, J., Sun, Z., & Xu, Y., 2019. Street art as alternative attractions: A case of the East

Side Gallery. Tourism Management Perspectives, 29 : 76-85.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-29

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความ