เปรียบเทียบส่วนประสมการตลาดบริการระหว่างร้านค้าออนไลน์และร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น

ผู้แต่ง

  • พิทักษ์เขตร์ ภูริวัฒน์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
  • กมลรัตน์ แก้วจารนัย มหาวิทยาลัยทักษิณ
  • พัฒน์นรี แก้วศรี มหาวิทยาลัยทักษิณ
  • อรจันทร์ ศิริโชติ มหาวิทยาลัยทักษิณ

คำสำคัญ:

ส่วนประสมการตลาดบริการ, ร้านค้าออนไลน์, ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม

บทคัดย่อ

               งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบส่วนประสมการตลาดบริการระหว่างร้านค้าออนไลน์และร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น   กลุ่มตัวอย่าง คือ  วัยรุ่นที่มีประสบการณ์ในการซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งจากร้านค้าออนไลน์และร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม จำนวน 400 คน สุ่มตัวอย่างแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามออนไลน์   เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 14-28 พฤศจิกายน พ.ศ 2560  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ในการวิเคราะห์สถิติเพื่อหาค่าความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t  ผลการวิจัย พบว่า  (1) ส่วนประสมการตลาดบริการระหว่างร้านค้าออนไลน์และร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นในความคิดเห็นวัยรุ่นในภาพรวมแตกต่างกัน (2) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ส่วนประสมการตลาดบริการด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านส่งเสริมการตลาด ด้านบุคคล และด้านหลักฐานทางกายภาพของร้านค้าออนไลน์กับร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมแตกต่างกัน  ในขณะที่ส่วนประสมการตลาดบริการด้านผลิตภัณฑ์ และด้านกระบวนการของร้านค้าออนไลน์กับร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมไม่แตกต่างกัน  ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับภาคการค้าเสื้อผ้าแฟชั่น ควรวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละกลุ่มอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากปัจจุบันการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อปรับกลยุทธ์ส่วนประสมการตลาดบริการของธุรกิจให้ตรงความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

เอกสารอ้างอิง

1.กฤตยา จันทร์แสนตอ อิราวัฒน์ ชมระกา และพนินท์ เครือไทย. (2558). “กลยุทธ์ส่วนประสมการตลาดที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในจังหวัดอุตรดิตถ์”, วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร. 10(1). 19-29.
2.ฉวีวงศ์ บวรกีรติขจร. (2560). “การศึกษาการซื้อขายสินค้ากลุ่มแฟชั่นในสื่อสังคมออนไลน์”, Veridian E-Journal, Silpakorn University. 10(2). 2056-2071.
3.ทวีรัชต์ คงรชต. (2561). “ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ของคนวัยทำงานในจังหวัดนนทบุรี”, วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์. 12(16). 40-60.
4.นันทพร เขียนดวงจันทร์ ขวัญกมล ดอนขวา และสรียา วิจิตรเสถียร. (2561). “พฤติกรรมผู้บริโภคในการซื้อสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของคนในกลุ่มเจเนเรชันวาย”, Veridian E-Journal, Silpakorn University. 11(1). 561-577.
5.สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2560). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2560. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2561 จาก https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2017.html.
6.อรจันทร์ ศิริโชติ. (2556). การตลาดบริการ. สงขลา : ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยทักษิณ.
7.Kotler, P., Kevin, K.L., Ang, S. H.,Tan, C. T., and Leong, S.M. (2018). Marketing Management: An Asian Perspective (7th ed.). Harlow, UK : Pearson.
8.Lovelock, C., Patterson, P., and Wirtz, J. (2015). An Asia-Pacific and Australian Perspective (6th ed.). Melbourne : Pearson Australia.
9.Zeithaml, V.A., Bitner, M.J. and Gremler, D. (2018). Services Marketing: Integrating Customer Focus across the Firm (7th ed.). New York : McGraw-Hill.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-02

รูปแบบการอ้างอิง

ภูริวัฒน์ พ., แก้วจารนัย ก., แก้วศรี พ., & ศิริโชติ อ. (2018). เปรียบเทียบส่วนประสมการตลาดบริการระหว่างร้านค้าออนไลน์และร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น. วารสารเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 10(1), 89–111. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ecbatsu/article/view/158629

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย