The Effects of Blended Learning with STEM Education to Enhance Science Problem Solving Thinking for Grade VIII Students

Main Article Content

ปัญญา คำสะไมล์
ทวี สระน้ำคำ

Abstract

The objectives of this research were 1) To construct of Blended Learning with STEM Education to enhance science problem solving thinking for Grade VIII Students 2) To compare scientific problem solving before and after learning of learners with integrated lessons 3) To compare the learning achievement before and after the study 4) To study the satisfaction of the learners with the integrated lessons. The Sample were Grade VIII Students in the first semester of academic year 2018, Sichomphusuksa School, Sichomphu District, Khon Kaen, province 32 students. Obtained by simple random sampling technique. The instruments used in this research were Blended Learning with STEM Education to enhance science problem solving thinking for grade VIII students, The science problem solving thinking evaluation test before and after were learning combination of four multiple choice options of 20 items, The achievement evaluation test before and after were learning combination of four multiple choice options of 20 items and The questionnaire of student’s satisfaction. This student pattern was the one-group pretest-posttest design. The statistics used in data analysis were Percentage, Mean, Standard Deviation and T-Test dependent. The research findings indicated that 1) Blended Learning had the efficiency 81.93/882.66 2) the students’ posttest scores on science problem solving thinking was higher than the pretest scores before the statically significant at the level .05 3) The students’ scores on posttest was higher than the pretest scores before the statically significant at the level .05 4) The students’ significant was at “high” level.

Article Details

How to Cite
คำสะไมล์ ป., & สระน้ำคำ ท. (2019). The Effects of Blended Learning with STEM Education to Enhance Science Problem Solving Thinking for Grade VIII Students. e-Journal of Education Studies, Burapha University, 1(5), 16–34. retrieved from https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ejes/article/view/208559
Section
Research Article

References

กิตติ เสือเเพร, มีชัย โลหะการ และปณิตา วรรณพิรุณ (2558). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการ เรียนแบบปรับเหมาะร่วมกับเครือข่าย สังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดคำนวณและทักษะการเขียนโปรแกรม สำหรับนักศึกษาสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า. วารสาร บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์. 10(3), 1-13.

กุลธวัช สมารักษ์. (2558). การพัฒนารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานผ่าน เครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยใช้กรณีศึกษาด้วย วิดีโอแชร์ริง เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ. วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรมพระจอมเกล้า พระนครเหนือ. 6(1), 205-214.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากร ศึกษาศาสตร์วิจัย. 5(1), 7-19.

ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2533). เทคโนโลยีการศึกษา: ทฤษฎีและการวิจัย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

ดารารัตน์ มากมีทรัพย์. (2553). การศึกษาผลการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาวิชาการเลือกและการใช้สื่อการเรียน การสอนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ถนอมพร (ต้นพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง. นวัตกรรรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาในยุคการเรียนรู้ 4.0. เชียงใหม่: ตองสาม ดีไซน์; 2561.

นงนุช เอกตระกูล. (2557). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดแก้ปัญหา ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ STEM Education. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2560. จาก http://swis.act.ac.th/html_edu/act/temp_emp_research/2204.pdf

นวลพรรณ ไชยมา. (2556). ผลการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานโดยใช้กลยุทธ์การส่งเสริมทักษะ การรู้สารสนเทศที่ส่งผล ต่อการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเพชรบูรณ์. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2560. จาก http://113.53.231.35/ipepb/winjai/วิจัย%2056/ดร.นวลพรรณ%20ผลการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน โดยใช้กลยุทธ์การส่งเสริมทักษะ การรู้สารสนเทศ1%20.pdf

ประสิทธิชัย มั่งมี. (2557). การพัฒนาเว็บฝึกอบรมแบบผสมผสานด้วยกระบวนการเรียนการสอนรูปแบบ MIAP เรื่องการสร้างบทเรียนออนไลน์. วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรม พระจอมเกล้าพระนครเหนือ. 5(2), 58-66.

พรทิพย์ ศิริภัทราชัย. (2556). STEM Education กับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. วารสารนักบริหาร. 33(2), 49-56.

พรพิมล ดอนหงษ์ไผ่, (2555). การใช้สื่อมัลติมีเดียแบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง สารรอบตัว ที่มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

เพ็ญศรี ปัญญาแก้ว. (2560). ผลของบทเรียนแบบผสมผสานที่ใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือรูปแบบ การสืบสวนสอบสวน เป็นกลุ่มเพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาด้านวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 11(2), 188-195.

โรงเรียนสีชมพูศึกษา, ฝ่ายวิชาการ. (2560). ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2560. จาก http://203.113.99.29/weschool/school3040100113/

วิจารณ์ พานิช, (2555). วิถีการสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์.

วิไรรัตน์ วรรณทอง. (2555). การศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาเรื่องอัตราการ เกิดสารเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นพื้นฐาน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ศดิศ สัตยพันธ์. (2556). ผลการเรียนแบบผสมผสานทีมีต่อความสามารถในการประกอบคอมพิวเตอร์ของ นักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เรื่องการติดตั้งประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ศุภลักษณ์ ปริสุทธิโกศล. (2558). ผลการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนแบบผสมผสาน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การคิดวิจารณญาณ และความคงทนในการเรียนรู้ ของนักเรียน ประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีการนำตนเองในการเรียนรู้ต่างกัน. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. 9(2), 191-200.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับ ORGANISATION for ECONOMIC CO-OPERATION and DEVELOPMENT (OECD). สรุปผลการประเมิน PISA 2015 วิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2560. จาก http://pisathailand.ipst.ac.th/pisa/ reports/pisa2015summaryreport.

สุรพล ศรีศิลป์. (2555). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนทางไกลผ่านเครือข่ายไวแมกซ์ สำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดแม่ฮ่องสอน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (2560- 2564). กรุงเทพฯ: เท่านั้น.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 – 2579. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2560. จาก http://backoffice.onec.go.th/uploaded/Outstand/2017-EdPlan60-79.pdf

เสาวลักษณ์ ชนะพาล. (2558). การเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ความคงทนในการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องแรงและความดัน โดยใช้โปรแกรมบทเรียนแบบผสมผสาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ต่างกัน. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม. 5(2), 70-79.

เหมือนฝัน ศรีศักดา. (2551). ความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 ที่มีรูปแบบ การเรียนต่างกัน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

อัจฉรา อุรัชโนประกร. (2552). การสร้างบทเรียนบนออนไลน์แบบกิจกรรมกลุ่มโดยวิธีการเรียนแบบผสมผสาน เรื่อง การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.

อัญชนา กลิ่นเทียนและวรรณชัย วรรณสวัสดิ์. (2560). การสังเคราะห์รูปแบบห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ เสมือนจริงด้วยการเรียนแบบผสมผสานเพื่อ พัฒนาการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้น. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. 11(ฉบับพิเศษ), 148-162.

Bloom Benjamin S. Taxonomy of Educational Objectives Handbook I: Cognitive Domain. New York: David McKay; 1956.

Gagne, R. M. (1970). The conditions of learning. New York: Holy Rinehart and Winston.

Graham, C. R. (2013). Emerging practice and research in blended learning. In M. G. Moore (Ed.), Handbook of Distance Education. Retrieved February 18, 2017, from https://www.academia.edu/2068375/Emerging_practice_and_research_in_blended_learning.

Piaget, J. (1962). Play, dreams, and imitation in childhood. New York: Norton.

Weir, J. J. (1974). Problem Solving is Everybody’s Problem. Science Teacher. (4), 16-18.