การพรากโดยการแสวงหาผลประโยชน์จากความไว้วางใจในการล่อลวง เพื่อการอนาจารเด็ก
คำสำคัญ:
การล่อลวงเพื่อการอนาจารเด็ก, การพรากเด็กหรือผู้เยาว์, การแสวงหาผลประโยชน์จากความไว้วางใจ, การตระเตรียมกระทำทางเพศต่อเด็กบทคัดย่อ
การล่อลวงเพื่อการอนาจารเด็กเป็นกลวิธีอย่างหนึ่งของผู้กระทำความผิดทางเพศต่อเด็ก ซึ่งเป็นการสร้างสถานะความสัมพันธ์และการแสวงหาผลประโยชน์จากความไว้วางใจที่เกิดจากความสัมพันธ์นั้นในขั้นตระเตรียมการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กหรือขั้นล่วงละเมิดทางเพศหรือแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็ก การอยู่กับเด็กโดยลำพังเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ผู้กระทำสามารถล่วงละเมิดทางเพศหรือแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กได้โดยไม่มีผู้อื่นพบเห็น ผู้กระทำความผิดทางเพศต่อเด็กหลายรายจึงมักหาโอกาสเพื่อให้ตนเองได้อยู่กับเด็กโดยลำพังก่อนที่จะมีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก ในกรณีที่ผู้กระทำใช้การล่อลวงเพื่อการอนาจารเด็กก่อนที่จะมีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก ความซับซ้อนของความสัมพันธ์ใกล้ชิดอันเกิดจากการล่อลวงเพื่อการอนาจารเด็ก วิธีการแสวงหาผลประโยชน์จากความไว้วางใจ และการใช้กลวิธีชักจูงเด็กโดยอาศัยความมีอิทธิพลเหนือ การตัดสินใจของเด็กของผู้กระทำ ทำให้การสร้างสถานการณ์ที่ผู้กระทำอยู่กับเด็กโดยลำพังเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ การปรับใช้บทบัญญัติความผิดฐานพรากเด็กหรือพรากผู้เยาว์ มาตรา 317 ถึงมาตรา 319 จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่ควรถูกนำใช้เพื่อลงโทษผู้กระทำและยับยั้งให้ไม่มีการสร้างสถานการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้น แต่การตีความการกระทำที่การพรากของศาลไทยยังขาดความชัดเจน ทำให้ในกรณีที่ผู้กระทำไม่ได้มีการกระทำทางกายภาพอย่างชัดเจนอย่างการก่อ การสนับสนุนการเดินทางของเด็กหรือการสนทนากับเด็กในช่องทางสนทนาออนไลน์ ถูกวินิจฉัยว่าไม่เป็นการพรากเด็กหรือผู้เยาว์ในบางคดี ดังนั้น ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะให้ในกรณีที่ผู้กระทำอาศัยความสัมพันธ์หรือแสวงหาผลประโยชน์จากความไว้วางใจอันเกิดจากความสัมพันธ์ กระทำการใด ๆ อันทำให้ตนเองได้อยู่กับเด็กโดยลำพัง ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเกิดการกระทำโดยตรง ก่อ หรือสนับสนุนให้เด็กเดินทางออกจากการปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเป็นการพรากเด็กหรือผู้เยาว์ และควรมีการกำหนดความรับผิดทางอาญาสำหรับกรณีการสนทนากับเด็กผ่านทางช่องทางออนไลน์ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำทางเพศตต่อเด็กอีกฐานความผิดหนึ่ง
เอกสารอ้างอิง
หนังสือ
ภาษาไทย
คณพล จันทน์หอม, คำอธิบำยกฎหมำยอำญำ ภำคควำมผิด เล่ม 2 (พิมพ์ครั้งที่ 8, วิญญูชน 2565).
ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ และ รณกรณ์ บุญมี, คำอธิบำยกฎหมำยอำญำ ภำคควำมผิดและลหุโทษ (พิมพ์ครั้งที่ 19 วิญญูชน 2565).
ประสพสุข บุญเดช, คำอธิบำยประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ บรรพ 5 ว่ำด้วยครอบครัว แก้ไขเพิ่มเติมตำมพระรำชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ (พิมพ์ครั้งที่ 17, สานักอบรมศึกษากฎหมายแหงเนติบัณฑิตยสภา 2552).
-- หลักกฎหมำยครอบครัว (พิมพ์ครั้งที่ 21, วิญญูชน 2565).
ไพโรจน์ กัมพูสิริ, คำอธิบำยประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ บรรพ 5 ครอบครัว (พิมพ์ครั้งที่ 9, แก้ไขเพิ่มเติม, สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2560).
ภาษาต่างประเทศ
Anna Marie Mcalinden, Grooming’ and the sexual Abuse of children; Institutional, Internet, and Familial Dimension (Oxford university press 2012).
Georgia M Winters and Elizabeth L Jeglic, Sexual Grooming: Integrating Research, Practice Prevention, and Policy (Kindle edn, Springer 2022).
Piotr Sztompka, Trust A Sociolofical Theory (Cambridge university press 1999).
บทความ
ภาษาต่างประเทศ
Dennis Howitt, ‘Pornography and the pedophile: Is it criminogenic? (1995) 1 British Journal of Medical Psychology.
Johan Zaaiman, ‘Power and Influence: Assessing the Conceptual Relationship’ (2020) Koers - Bulletin for Christian Scholarship <https://doi.org/10.19108/KOERS.85.1.2466> สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2566.
Paul Ashton and others, ‘Grooming: Psychological, Physical and Community’ (2019) Virtus Online 1-2 <https://files.ecatholic.com/20307/documents/2019/10/2019_10%20VIRTU S%20Monthly%20Bulletin.pdf?t=1571160927000> สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2565.
Rick Bigwood, ‘Undue Influence in the house of Lords: Principles and Proof’ (2002) 65 The Modern Law Review.
งานวิจัย
ภาษาไทย
Disrupting Harm in Thailand, ‘โครงการวิจัยเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศและการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์’ (2562).
วิทยานิพนธ์
ภาษาไทย
กรรญดา เกิดศรี, ‘ขอบเขตความรับผิดเกี่ยวกับการแสดงอนาจารในกฎหมายไทย’ (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2560).
นัดดาภา จิตต์แจ้ง, ‘การคุ้มครองเด็กกับการใช้อานาจปกครองทางพฤตินัย’ (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2563).
พศวัตร ฉัตรจุฬานนท์, ‘ความผิดฐานพรากเด็กและพรากผู้เยาว์: ศึกษากรณีผู้กระทาความผิดและผู้เสียหายเป็นเด็ก’ (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2562).
วิวรรณ เพชรรัตน์, ‘ความหมายของการกระทาอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา’ (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2561).
เว็บไซต์
ภาษาไทย
--, ‘ด.ญ.11 ปี ถูกมิจฉาชีพหลอกดูดวง ถ้าอยากเป็นหมอ ต้องส่งรูปโป๊ ผ่านไป 2 ปี แบล็กเมล์โพสต์ประจาน’ 3 (Plus News, 13 กุมภาพันธ์ 2566)
<https://ch3plus.com/news/social/morning/334267> สืบค้นเมื่อ 12 พฤษภาคม 2567.
--, ‘สลด เพื่อนยาย เอามือถือล่อ ข่มขืน ด.ช.สองพี่น้องนานร่วม 2 ปี’ (ไทยรัฐ,3 พฤศจิกายน 2566) <https://www.thai rath.co.th/news/crime/2737848> สืบคืนเมื่อ 6 พฤษภาคม 2567.
--, ‘หนุ่มหลอกด.ญ. 8 ขวบ อ้างจะพาไปซื้อขนม ก่อนข่มขืนในห้องน้าศูนย์เด็กเล็กฯ’ (ช่องสาม, 21 มกราคม 2566) สืบคืนเมื่อ 6 พฤษภาคม 2567.
--, ‘เหยื่อเด็กสาวเพียบ! 2 หนุ่มหื่นหลอกเด็กถ่ายโป๊ แลกไอเทมเกม ขายกลุ่มลับ’ (เดลินิวส์, 5 กุมภาพันธ์ 2567) สืบค้นเมื่อ 12 พฤษภาคม 2567.
ภาษาต่างประเทศ
--, ‘Child sexual exploitation and grooming’ (Victoria state government) สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2566.
Ahna Ballonoff Suleimana and K Paige Harden, ‘The importance of sexual and romantic development in understanding the developmental neuroscience of adolescence’ <https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc /articles/PMC698 7970/> สืบค้นเมื่อ 22 มิถุนายน 2564.
Connie Mitchell, ‘Undue influence: Manipulation and Exploitation in sex trafficking, Cults and Gangs’ (Freedom’s hope Counseling) <https://freedomshopecounseling.com/wp-content/uploads/2020/06/Conference-Handout.pdf> สืบค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2564.
Kayla Tricaso, ‘Understanding Grooming in Adult Relationships’ (Modern intimacy) <https://www.modernintimacy.com/understanding-grooming-in-adult-relationships/> สืบค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม 2564.
Lorena Levano ‘Understanding the role of trust in online grooming’ <https://www.research gate.net/publication/343945150_Understanding_the_role_of_trust_in_online_grooming> สืบค้นเมื่อ 14 เมษายน 2564.
Suzi McAlpine, ‘The two types of trust you need to build with your team (and three ways to go about it)’ (Suzi McAlpine The art of Leadership) <https://suzimcalpine.com/the-two-types-of-trust-you-need-to-build-with-your-team-and-three-ways-to-go-about-it/> สืบค้นเมื่อ 16 พฤษภาคม 2564.
คำพิพากษา
ภาษาไทย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2513.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2328/2522.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1605/2523.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3465/2532.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2534.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2245/2537.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2879/2540.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2858/2540.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6207/2541.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1258/2542.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2545.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2547.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2547.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 775/2548.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4426/2548.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7673/2551.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2982/2552.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2552.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7841/2552.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13041/2553.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2554.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1055/2555.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6370/2555.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10284/2555.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11196/2555.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19979/2555.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20100/2555.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9829/2556.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12665/2556.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11520 - 11521/2557.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7290/2558.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 94/2560.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8767/2561.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4388/2562.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5117/2562.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6910/2562.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2563.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1607/2563.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1843/2563.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3431/2563.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3106/2564.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2565.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 167/2565.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 492/2565.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2220/2565.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2566.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 บัณฑิตศึกษานิติศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย