การปฏิรูปกฎหมายองค์กรจัดเก็บภาษี : กรณีศึกษาเปรียบเทียบกับ กฎหมายสิงคโปร์ และกฎหมายมาเลเซีย
คำสำคัญ:
การปฏิรูปองค์กร, องค์กรจัดเก็บภาษีกึ่งอิสระ, ภาษี, สิงคโปร์, มาเลเซียบทคัดย่อ
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าประเทศไทยต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลกและเหตุการณ์ทางการเมือง รัฐซึ่งมีหน้าที่ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องหารายได้ให้มากขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อรายจ่ายของรัฐ รายได้หลักของรัฐมาจากภาษีกว่าร้อยละ 90 ของรายได้ของรัฐ แต่การหารายได้ให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายของรัฐโดยการปรับปรุงกฎหมายเฉพาะประเภทภาษีและอัตราภาษีเพียงมิติเดียวนั้นจึงไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของประเทศไทยในขณะนี้คือ ระบบภาษีและโครงสร้างทางกฎหมายภาษีของหน่วยงานจัดเก็บภาษีนั้น ไม่ได้มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถตอบสนองเป้าหมายภารกิจในการจัดเก็บภาษีของรัฐได้ ผู้เขียนจึงขอเสนอให้มีการปฏิรูปกฎหมายองค์กรจัดเก็บภาษีของประเทศไทย
เอกสารอ้างอิง
กฤษรัตน์ ศรีสว่าง. (2550). การปฏิรูปกฎหมายภาษี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะนิติศาสตร์.
นภนันทน์ จันทราชโลธร. (2551). การอุทธรณ์ข้อพิพาททางภาษีในฝ่ายปกครองของประเทศไทย ปัญหาและแนวทางในการปฏิรูป. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะนิติศาสตร์.
พงศิลณ์ ศิริจรูญวงศ์. (2558). การปฏิรูประบบการระงับข้อพิพาททางภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะนิติศาสตร์.
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังโดยปัณณ์ อนันอภิบุตรและคณะ, “รายงานสัมมนาวิชาการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังประจำปี 2558 นวัตกรรมการคลังการเงินเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย, กระทรวงการคลัง ผลงานทางวิชาการ : ย้อนมองรายได้รัฐบาลสร้างอนาคตด้วยนวัตกรรมการจัดเก็บรายได้”, เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2558.
Matthijs Alink and Victor van Kommer, Handbook on Tax Administration, rev.ed., Amsterdam: I.B.F.D., 2011.
OECD, Tax Administration 2013 : Comparative Information on OECD and Other Advanced and Emerging Economies, 2013.
World Bank Group, Governance and The Law, World Development Report, Washington, 2017.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย