มาตรการทางกฎหมายในการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่น
คำสำคัญ:
ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น, ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน, การจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นบทคัดย่อ
ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานจัดเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ ชนิดพันธุ์พื้นถิ่น ตลอดจนสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และพืช ในปัจจุบันประเทศไทยมีชนิดพันธุ์ต่างถิ่น
อยู่มากกว่า 3,500 ชนิด ส่วนหนึ่งถูกนำเข้าโดยตั้งใจเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร การเป็นสัตว์เลี้ยง หรือไม้ดอกไม้ประดับ บางชนิดถูกนำเข้าโดยไม่ตั้งใจ เช่น ติดมากับยานพาหนะ การขนส่งสินค้า หรือน้ำอับเฉาของเรือ
จากการศึกษาพบว่า กฎหมายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นนั้น มีจำนวนมากมายหลายฉบับ กระจัดกระจายไปตามความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งกฎหมายแต่ละฉบับ มีความจำเพาะเจาะจงในชนิดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นและมีวัตถุประสงค์ในการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่แตกต่างกัน และประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นโดยตรง ทำให้ขาดมาตรฐานกลางในการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นอย่างเป็นเอกภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะในการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นอย่างเป็นระบบ โดยการออกกฎหมายเฉพาะในการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางในการปฏิบัติต่อชนิดพันธุ์ต่างถิ่น โดยใช้สำนักงานนโยบายและแผนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นองค์กรกลางเพื่ออำนวยการ และประสานงานกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ บรรจุให้การนำเข้าและนำผ่านซึ่งชนิดพันธุ์ต่างถิ่น
เป็นโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการใด ๆ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม แก้ไขคำจำกัดความของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นให้ครอบคลุมถึงสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมและสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการปรับปรุงสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้การจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกกรณีให้มากที่สุด และใช้ระบบอนุญาตในการป้องกันชนิดพันธุ์ต่างถิ่น โดยจัดหมวดหมู่ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นตามลำดับความสำคัญ
เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเหมาะสมกับแต่ละชนิดพันธุ์ที่ได้จำแนกไว้ ทำให้การชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเป็นไปอย่างมีระบบขั้นตอน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย