การควบคุมการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม กรณีศึกษา : ประเทศไทยและประเทศฟิลิปปินส์
คำสำคัญ:
การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม, พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558, ประเทศฟิลิปปินส์บทคัดย่อ
การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม มีที่มาจากอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ข้อ 61 การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และข้อ 62 การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน เนื่องจากแหล่งทำการประมงของโลกกำลังถูกทำลายด้วยการทำประมงที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้จำนวนสัตว์น้ำในทะเลลดลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าธรรมชาติจะผลิตขึ้นมาทดแทนได้ ต่อมาสหภาพยุโรปกำหนดแผนปฏิบัติการของตนเองตามกฎระเบียบสหภาพยุโรปที่ No. 1005/2008 เพื่อต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย และได้แจ้งเตือนโดยให้ใบเหลืองแก่ประเทศไทยเมื่อปี 2558 หากไม่แก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม สินค้าประมงจากประเทศไทยจะไม่สามารถส่งเข้าสู่ตลาดในสหภาพยุโรป ประเทศไทยได้แก้ไขโดยตราพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 จนได้รับการปลดใบเหลืองในปี 2562 แต่ในปัจจุบันยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับการแจ้งเตือนในปี 2557 สามารถปลดใบเหลืองได้อย่างรวดเร็วในปี 2558 โดยแก้ไขกฎหมายประมงมาใช้ควบคุมการทำประมงที่ผิดกฎหมาย
ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม จึงเห็นควรนำข้อดีในกฎหมายประมงของประเทศฟิลิปปินส์ ฉบับแก้ไขปี 2558 มาเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
ในประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า ควรแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ในเรื่อง การแก้ไขเรื่องโทษที่มีการลงโทษอย่างสูงในความผิดด้านการประมง, การให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบกิจการประมง, ให้ประเทศไทยมีการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรประมงระดับภูมิภาคอื่น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ทำกิจการประมงและผู้เกี่ยวข้องให้เป็นรูปธรรม
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย