ปัญหาการกำหนดโทษทางอาญาสำหรับความผิดที่มีลักษณะไม่ร้ายแรง : ศึกษาเฉพาะพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาตามกฎหมายไทย

ผู้แต่ง

  • พศิน วรเนติโพธิ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

กฎหมายอาญา, การกำหนดโทษทางอาญา, ความผิดที่มีลักษณะร้ายแรง, ความผิดที่มีลักษณะไม่ร้ายแรง, โทษทางอาญา, พระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญา

บทคัดย่อ

          บทความนี้มุ่งศึกษาปัญหาเรื่องการกำหนดโทษทางอาญาสำหรับความผิดที่มีลักษณะไม่ร้ายแรงในพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาตามกฎหมายไทย โดยจากการศึกษาพบว่าประเทศไทยมีพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาอยู่เป็นจำนวนมากทั้งโทษปรับและโทษจำคุก ซึ่งแม้ว่าในปีในปี พ.ศ.2560 จะได้มีการบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ซึ่งมีการกล่าวถึงหลักการกำหนดโทษทางอาญาไว้ในมาตรา 77 วรรคสาม รวมทั้งในปี พ.ศ.2562 ฝ่ายนิติบัญญัติได้มีการตรา “พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562” ขึ้น โดยความในมาตรา 5 ของพระราชบัญญัตินี้ได้มีการให้ฝ่ายนิติบัญญัติใช้โทษอาญากับความผิดที่มีลักษณะร้ายแรงและเท่าที่จำเป็น แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาการกำหนดโทษทางอาญาสำหรับความผิดที่มีลักษณะไม่ร้ายแรงในพระราชบัญญัติได้เท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเหมาะสมในการแก้ไขปัญหาการกำหนดโทษทางอาญากับความผิดที่มีลักษณะไม่ร้ายแรงได้อย่างถูกต้อง จึงต้องศึกษาต่อไปว่าความผิดที่มีลักษณะร้ายแรงนั้นมีนิยามความหมายอย่างไร และการบังคับโทษทางอาญาอย่างไรให้เกิดความเหมาะสมและจำเป็น

          บทความนี้ได้ศึกษาเอกสาร ตำรา หนังสือ วิทยานิพนธ์ คำพิพากษาของศาล และกฎหมายตลอดจนบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดความผิดและโทษทางอาญากับความผิดที่มีลักษณะร้ายแรงทั้งตามกฎหมายของไทยและกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งสำหรับกฎหมายต่างประเทศนั้นได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศฝรั่งเศสและประเทศอิตาลี เนื่องจากทั้งสองประเทศดังกล่าวมีการกำหนดหลักเกณฑ์ของการแบ่งความผิดที่มีลักษณะร้ายแรงไว้อย่างชัดเจน และนำผลการศึกษามาเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์การกำหนดโทษอาญาสำหรับความผิดที่มีลักษณะร้ายแรงของประเทศไทย เพื่อหาข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศไทยต่อไป

          โดยจากผลการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า ประเทศไทยไม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ความผิดที่มีลักษณะร้ายแรงไว้ในกฎหมายใดอย่างชัดเจน แต่มีการให้นิยามผ่านคำแนะนำของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายในพ.ศ.2562 ซึ่งถือเป็นหลักเกณฑ์เดียวในการใช้พิจารณา ประเทศฝรั่งเศสจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ความร้ายแรงขึ้นมาเป็นข้อๆ โดยจะนำหลักการให้ค่าคะแนนมาใช้บังคับซึ่งหากการกระทำความผิดใดมีค่าคะแนนรวมที่ถึงเกณฑ์ก็จะถือว่าความผิดนั้นเป็นความผิดที่มีลักษณะร้ายแรงอันสมควรนำโทษอาญามาใช้บังคับ ส่วนประเทศอิตาลีมีการกำหนดเกณฑ์ลักษณะของความเสียหายขึ้นมาเพื่อเป็นกรอบในการใช้ดุลพินิจของผู้ตรากฎหมาย โดยหากการกระทำความผิดใดสร้างความเสียหายตามนิยามของกรอบที่กำหนดไว้ความผิดนั้นก็จะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงอันสมควรที่จะนำโทษอาญามาใช้บังคับ แต่อย่างไรก็ตามหลักเกณฑ์ข้างต้นนั้นจะถูกนำมาใช้บังคับก็ต่อเมื่อมีการบัญญัติกฎหมายใหม่ขึ้น แต่สำหรับกฎหมายเก่าหรือกฎหมายที่ได้บัญญัติขึ้นมาแล้วและมีโทษอาญากลับมิได้ถูกนำมาพิจารณาถึงความผิดที่มีลักษณะร้ายแรงเท่าที่ควร จึงทำให้เกิดปัญหาการกำหนดโทษอาญากับความผิดที่ไม่มีลักษณะร้ายแรงในพระราชบัญญัติกลุ่มนี้ ดังนั้นหากประเทศไทยมีการกำหนดกรอบหรือหลักเกณฑ์นิยามของความผิดร้ายแรงที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและทำการศึกษาในพระราชบัญญัติที่มีโทษอาญาทั้งหมด ก็จะทำให้โทษอาญาถูกนำไปใช้สำหรับความผิดในพระราชบัญญัติได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

หนังสือและบทความในหนังสือ
เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์, คำอธิบายกฎหมายอาญา ภาค 1 (พิมพ์ครั้งที่ 10, กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ผลสยาม พริ้นติ้ง (ประเทศไทย) 2551).
คณิต ณ นคร, กฎหมายอาญาภาคทั่วไป (พิมพ์ครั้งที่ 5, กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วิญญูชน 2556).
-- กฎหมายอาญาภาคความผิด (พิมพ์ครั้งที่ 10, กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วิญญูชน 2553).
จิตติ ติงศภัทิย์. คำอธิบายประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1 (พิมพ์ครั้งที่ 11, นนทบุรี : บริษัท ศูนย์การพิมพ์เพชรรุ่ง จำกัด 2555).
ณรงค์ ใจหาญ และคณะ, การกำหนดชั้นโทษและการนำไปปรับใช้ในประมวลกฎหมายอาญา (สถาบันวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม : กรุงเทพมหานคร 2551).
เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ และคณะ, ปฏิรูปกฎหมายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (ฉบับที่ 4 เดือน กรกฎาคม - สิงหาคม BOT พระสยาม, MAGAZINE 2562).
ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, คำอธิบายกฎหมายอาญาภาคทั่วไป (พิมพ์ครั้งที่ 16, กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วิญญูชน2558).
ปกป้อง ศรีสนิท, กฎหมายอาญาชั้นสูง (พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วิญญูชน 2561).
หยุด แสงอุทัย, กฎหมายอาญา ภาค 1 (พิมพ์ครั้งที่ 21, กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2556).
อภิรัตน์ เพ็ชรศิริ, ทฤษฎีอาญา (พิมพ์ครั้งที่ 4, กรุงเทพมหานครฯ : สำนักพิมพ์วิญญูชน 2562).
วิทยานิพนธ์
เมษยา โรจนอารีย์, ‘การฉ้อฉลทางวิชาการ : ศึกษาการกำหนดความผิดอาญา ฐานรับจ้างทำวิทยานิพนธ์’ (วิทยานิพนธ์ มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2559).
สกล นิศารัตน์, ‘กฎหมายอาญาและการลงโทษที่เหมาะสม : แนวความคิดทางด้านปรัชญาและความยุติธรรมทางสังคม’ (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2557).
สื่อและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
คำแนะนำของคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย, ‘การกำหนดโทษอาญาในกฎหมาย’ (27 พฤศจิกายน 2562) <https://www.lawreform.go.th/uploads/files/1579159114-qrw29-3qrlt.pdf.> สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563.

เอกสารประกอบการสัมมนาและรายงานการวิจัย
ศุภวัฒน์ สิงห์สุวงษ์, ‘บันทึกเรื่อง เกณฑ์พิจารณาในการเลือกกำหนดโทษทางปกครองแทนโทษอาญา’ (การประชุมสัมมนา เรื่อง หลักเกณฑ์การกำหนดโทษทางปกครองในการตรากฎหมาย ส่วนที่ 3, สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา กรุงเทพมหานคร, 2560).
Books and Book Article
Andrew Ashworth and Jeremy Horder, Principles of criminal law (seventh edition, Great Britain : Oxford University Press 2013).
Circolare della Presidenza del Consiglio dei Ministri del 19 dicembre 1983 : Criteri orientativi per la scelta tra sanzioni penali e sanzioni amministrative (Gazzetta Ufficiale del 23 gennaio 1984).
DELMAS-MARTY (M.), Les grands systèmes de politique criminelle (Paris : P.U.F. 1992).
Herbert L. Packer, The Limits of the Criminal Sanction (California : Standford University Press 1968).
Steven Shavell, Criminal law and optimal use of nonmonetary sanctions as a deterrent” In Jules Coleman and Jeffrey Lange, Law and economics (volume 1, Aldershot, Dartmouth 1992).
Wayne R. LaFave and Austin W. Scott, Jr. Criminal Law (2nd ed, Minnesota: West Publishing Company 1986).

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-06-29

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความ