การตรวจสอบสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. : ศึกษากรณีการกระทำความผิดอาญาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่

ผู้แต่ง

  • นราวิชญ์ เกาะกลาง นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายอาญา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

การกระทำทางนิติบัญญัติ, ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ, ประมวลจริยธรรม

บทคัดย่อ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดหน้าที่และอำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรณีกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุจริตต่อหน้าที่ไว้ในมาตรา 234 (1) และเมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หน้าที่และอำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกรณีกล่าวหาว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐทุจริตต่อหน้าที่ถูกกำหนดไว้ในมาตรา 28 (1) ว่า “ไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุจริตต่อหน้าที่” ซึ่งบุคคลผู้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐรวมอยู่ในความหมายผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และคำว่า “ทุจริตต่อหน้าที่” หมายความรวมถึงการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่น ดังนั้น เมื่อได้พิจารณาประกอบกันแล้ว ประเด็นปัญหาจึงมีว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสามารถที่จะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐโดยนำลักษณะความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 2 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการทั้งหมวด ตั้งแต่มาตรา 147 ถึง มาตรา 166 มาตราใดมาตราหนึ่งได้ หรือตามกฎหมายอื่นโดยเฉพาะมาตรา 172 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวซึ่งการบัญญัติความผิดมีลักษณะคล้ายกับมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาความผิดและลงโทษทางอาญาได้ ถึงแม้ว่าการปฏิบัติหน้าที่นั้นจะเป็นการใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติ และฐานความผิดในหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการบางฐานไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐก็ตาม

จากการศึกษาพบว่าความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการมีจุดมุ่งหมายและเจตนารมณ์ที่จะใช้บังคับกับผู้ใช้อำนาจในทางบริหารเป็นหลักโดยเฉพาะอำนาจทางปกครอง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการให้มาตราใดครอบคลุมถึงผู้ใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติก็จะระบุไว้เป็นการเฉพาะ ดังที่กำหนดไว้ในมาตรา 149 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และขอบเขตของคำว่า “เจ้าพนักงาน” ที่เป็นองค์ประกอบของความผิดในส่วนของผู้กระทำ ในหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการไม่ได้หมายความรวมถึงผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ ประกอบกับบทบาทหน้าที่และอำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐไปในทางทุจริตแสวงหาผลประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่นเป็นหลัก นอกจากนั้น การใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐอาจแยกออกได้เป็น 2 กรณี ได้แก่ การกระทำนิติบัญญัติโดยแท้ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นการใช้อำนาจรัฐในการตรากฎหมายขึ้นมาใช้บังคับภายในรัฐและเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา การควบคุมและตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินขององค์กรฝ่ายบริหาร ตลอดจนเป็นการใช้อำนาจตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายมหาชนระดับสูงที่กำหนด
การกระทำองค์กรทางการเมืองระดับสูงในส่วนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาและฝ่ายบริหาร สำหรับการกระทำอื่น ๆ จะเป็นกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจที่นอกเหนือจากการกระทำนิติบัญญัติโดยแท้ ซึ่งถือเป็นการใช้อำนาจทางการเมืองอย่างหนึ่ง โดยหลักแล้วศาลจะไม่เข้าไปตรวจสอบและควบคุมการกระทำลักษณะดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อได้พิจารณาถึงการควบคุมและตรวจสอบการกระทำความผิดอาญาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐในประเทศญี่ปุ่น และประเทศสหรัฐอเมริกา จะพบว่าความผิดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจะถูกกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ไม่ได้กำหนดไว้ในลักษณะทั่วไป และส่วนใหญ่จะเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับสินบน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อได้พิจารณาในประเทศสิงคโปร์และเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งได้มีการจัดตั้งองค์กรที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริตขึ้นมาโดยเฉพาะในลักษณะเช่นเดียวกับในประเทศไทยที่ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ฐานความผิดที่จะนำมาปรับใช้กับการปฏิบัติสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐจะมีเพียงแต่เฉพาะเรื่องสินบนเท่านั้น

บทความฉบับนี้จึงเสนอให้กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาตินำหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาปรับใช้กับการตรวจสอบสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐกรณีทุจริตต่อหน้าที่ ฐานความผิดที่จะนำมาปรับใช้จะต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตโดยแท้จริงและสอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ รวมทั้งขอบเขตและลักษณะการกระทำของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตควรจะเข้าไปตรวจสอบได้จะต้องไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยแท้ และไม่ใช่การใช้อำนาจในรูปแบบองค์กรกลุ่ม เว้นแต่กรณีฐานความผิดเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับสินบน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 โดยกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไม่สามารถเข้าไปควบคุมและตรวจสอบการกระทำของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐในกรณีที่เป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยแท้ เพื่อดำเนินการใช้มาตรการทางอาญา ในกรณีดังกล่าวข้างต้นควรใช้มาตรการควบคุมและตรวจสอบโดยกระบวนการทางจริยธรรมแทน

เอกสารอ้างอิง

บรรณานุกรม

หนังสือ

คณิต ณ นคร, กฎหมายอาญาภาคทั่วไป (พิมพ์ครั้งที่ 6, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2560).

จิตติ ติงศภัทิย์, กฎหมายอาญา ภาค 2 ตอน 1 (พิมพ์ครั้งที่ 8, สำนักพิมพ์จิรรัชการพิมพ์ 2548).

ชาญชัย แสวงศักดิ์, คำอธิบายกฎหมายปกครอง (พิมพ์ครั้งที่ 28, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2562).

ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, ประมวลกฎหมายฉบับอ้างอิง (พิมพ์ครั้งที่ 38, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2560).

นิยม รัฐอมฤต และคณะ, จรรยาบรรณสำหรับสมาชิกรัฐสภา การศึกษาเปรียบเทียบ (พิมพ์ครั้งที่ 1, สำนักพิมพ์ ส เจริญ การพิมพ์ 2552).

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, กฎหมายมหาชน เล่ม 3 ที่มาและนิติวิธี (พิมพ์ครั้งที่ 1, สำนักพิมพ์นิติธรรม 2538)

พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย, แนวความคิดและหลักการว่าด้วยการละเมิดอำนาจรัฐสภา (พิมพ์ครั้งที่ 1, ศูนย์การพิมพ์แก่นจันทร์ 2558).

วรเจตน์ ภาคีรัตน์, คำสอนว่าด้วยรัฐและหลักกฎหมายมหาชน (พิมพ์ครั้งที่ 3 แก้ไขเพิ่มเติม, สำนักพิมพ์อ่านกฎหมาย 2564).

สมยศ เชื้อไทย, หลักกฎหมายมหาชนเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2556).

รายงานผลการวิจัย

วีระพงษ์ บุญโญภาส และคณะ, ‘โครงการศึกษาวิจัยเรื่องการเสริมสร้างมาตรการเพื่อสัมฤทธิผลในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายของคณะกรรมการ ป.ป.ช.’ (รายงานผลการวิจัยเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2550).

สมชาย ธรรมสุทธิวัฒน์ และฉลองรัฐ เจริญศรี, ‘วิเคราะห์ อำนาจการสอบสวน และประสิทธิภาพการทำงานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต : ไทยกับสิงคโปร์’ (รายงานผลการวิจัยเสนอต่อมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 2558).

--, และคณะ, ‘โครงการการพัฒนาความร่วมมือและยกระดับการป้องกันการทุจริตในประเทศไทย: ศึกษาประสบการณ์ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้’ (รายงานผลการวิจัยเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย 2561).

สุรพล นิติไกรพจน์ และคณะ, ‘คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตามรัฐธรรมนูญ’ (รายงานผลการวิจัยเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 2546).

แสวง บุญเฉลิมวิภาส และคณะ, ‘การศึกษาพันธกรณีและความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตนตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003’ (รายงานผลการวิจัยเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2551).

อุดม รัฐอมฤต และคณะ, ‘โครงการศึกษาความเหมาะสมในการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157’ (รายงานผลการวิจัยเสนอต่อสำนักงาน ป.ป.ช. 2555).

วิทยานิพนธ์

คริษฐา ดาราศร, ‘ปัญหาการบังคับใช้ประมวลจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ศึกษาเฉพาะกรณีการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์สาธารณะ’ (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2548).

ญาดา กาศยปนันทน์, ‘การกำหนดมาตรการทางกฎหมายในการตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินของบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมืองเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของไทย’ (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2554).

รายงาน คู่มือ หรือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานต่าง ๆ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, รายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ของคณะกรรมการ ป.ป.ช 2561 76 < https://www.nacc.go.th/files/article/attachments /main_old_article_

pdf>

รายงานการประชุม

คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา, บันทึกการประชุม ครั้งที่ 9/2563 (22 เมษายน 2563).

เอกสารอื่น ๆ

บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), ‘ป.ป.ช. ชี้มูล “ประสิทธิ์ ส.ส.เชียงใหม่” กรณีฮั้วงานสร้างสนามฟุตบอลโกลหนู สตรีทซอคเกอร์ งบ 30 ล้าน’ (MATICHON ONLINE การเมือง, 16 กรกฎาคม 2564) https://www.matichon.co.th/

politics/news_2832737 สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2564.

เวิร์คพอยท์, ‘เปิดเบื้องหลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด 4 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล คดี ‘เสียบบัตรแทนกัน’’ (workpointTODAY,

มิถุนายน 2564) < https://workpointtoday.com/politic-9/> สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม 2564.

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย, ‘ป.ป.ช.ชี้มูล "อนุรักษ์" เรียกรับเงิน 5 ล้านบาท กรมน้ำบาดาล’ (Thai PBS NEWS, 1 ตุลาคม 2564) < https://news.thaipbs.or.th/content/308289> สืบค้นเมื่อ 24 ตุลาคม 2564.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-09-12

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความ