แนวทางการส่งเสริมความสามารถในการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2
คำสำคัญ:
การส่งเสริม, ความสามารถ, การประเมินผลการเรียนรู้บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความสามารถในการประเมินผลการการเรียนรู้ของผู้เรียน ของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 และ 2) ศึกษาแนวทางการส่งเสริมความสามารถในการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 โดยวิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาระดับความสามารถในการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 306 คน ได้มาโดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน ใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น ตามจำนวนครูในแต่ละอำเภอ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามระดับความสามารถในการประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียนของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 2 แนวทางการส่งเสริมความสามารถในการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์แนวทางการส่งเสริมความสามารถในการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ของครูใน
โรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษา พบว่า
- ผลการศึกษาการศึกษาระดับความสามารถในการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 การกำหนดสิ่งที่มุ่งจะวัด อยู่ในระดับมาก(𝑥̅ = 4.48) รองลงมา คือ การพิจารณาผลการประเมิน อยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = 4.41) และการใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล อยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = 4.41) ตามลำดับ
- ผลการศึกษาแนวทางการส่งเสริมความสามารถในการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ของครูในโรงเรียน พบว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2ควรจัดให้มีอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับครูเพื่อส่งเสริมให้ครูได้รับความรู้ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินผลการเรียนรู้ และผู้บริหารสถานศึกษาสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่าน PLC การสร้างเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน และการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จริง พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดที่ต้องพัฒนาของผู้เรียน โดยใช้เทคโนโลยีช่วยติดตามความก้าวหน้า และจัดทำแผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาผู้เรียนอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.), หน้า 2.
จักรพรรดิ วะทา. (2546). บทบาทของครูในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ. วารสารคุรุสภาวิทยาจารย์, ปีที่ 20 ฉบับที่ 3 ประจำเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2563,หน้า 45 – 56.
ทิศนา แขมมณี. (2546). การพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียนในยุคสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, หน้า 52-53.
ราตรี นันทสุคนธ์. (2547). การพัฒนารูปแบบการประเมินแบบร่วมมือสำหรับประเมินการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูของสถาบันราชภัฏ. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์,มหาวิทยาลัยนเรศวร,หน้า 14.
วิษณุ ทรัพย์สมบัติ. (2549). การพัฒนาวัฒนธรรมการประเมินการเรียนการสอนของครู: การฝึกอบรมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานด้วยการสร้างเครือข่ายและการคิดสะท้อนอภิมาน.ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัยการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,หน้า 213
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2554). การประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,หน้า 50.
ศศิธร บัวทอง. (2560). การวัดและประเมินทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสาร Veridian E-Journal, Silpakorn University (Humanities, Social Sciences and Arts), ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2560, หน้า 1856-1867
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552). การวัดและประเมินผลการศึกษา: การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2552). แนวทางการพัฒนาการวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2. ข้อมูลทั่วไป, สืบค้นจาก http://www.phetchabun2.go.th , สืบค้นเมื่อ 20 สิงหาคม 2567.
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2548). มาตรฐานวิชาชีพครูและการพัฒนาผู้เรียน. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา,หน้า 6-16.
Black, P., & Wiliam, D. (1998). Assessment and classroom learning. Assessment in Education: Principles, Policy & Practice, 5(1), 7-74.
DuFour, R., DuFour, R., Eaker, R., & Many, T. (2006). Learning by doing: A handbook for professional learning communities at work. Solution Tree.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Mager, R. F. (1962). Preparing instructional objectives. Belmont, CA: Fearon Publishers.
Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6), 1017-1054.
Stiggins, R. J. (1994). Student-centered classroom assessment. Merrill/Prentice Hall.
Stufflebeam, D. L. (1971). The relevance of the CIPP evaluation model for educational accountability. Columbus, OH: Ohio State University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการแสงอีสาน Saeng-Isan Academic Journal ISSN:3027-6152(Print), ISSN:3027-6160(Online)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เชียนบทความโดยตรง ซึ่งวารสารไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนั้น ผู้เขียนทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์เผยแพร่นั้น จะต้องไม่เป็นบทความที่กำลังอยู่ในการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่นหรือเคยตีพิมพ์เผยแพร่มาแล้ว หากมีการใช้ภาพ ข้อความหรือตารางของผู้เขียนหรือผู้นิพนธ์ท่านอื่น ผู้เขียนจะต้องอ้างแหล่งที่มาหรือเจ้าของลิขสิทธ์
Publication Ethic:
The detail published in Saeng Isan Journal is opinion and responsibility of the authors, and it is not relevant with the jouranl. Besides, the authors must certify that the original manuscript is not in the process to publish in other journals or used to publish in other journals. If the authors use paragraphs, pictures or tables from others, the athours must refer to the original sources.
Article Consideration:
Each article will be published by a panel three journalists with expertise in relevant fields, and get the editorial approval before publishing. The review is in the form of The article's double blind.
To comply with copyright law. The author must sign the copy of the article submission form to the journal. In addition, the author must confirm that the original article submitted to the journal is only one publication in Saeng Isan Journal. If the images or tables of other authors appearing in other publications are used, the author must ask permission of the copyright owner before publishing.