Multidisciplinary Practice in Providing Services to Abused Children According to the Child Protection Act, B.E. 2546 (2003): A Case Study of Maharat Nakhon Ratchasima Hospital Refugee Centers

-

Authors

  • chanchanaporn Kralam Maharat Hospital

Keywords:

Multidisciplinary work, Abused children, Child Protection Act, B.E. 2546 (2003)

Abstract

The purpose is to study the multidisciplinary practice in providing service to abused children including problems and guidelines in this practice. It was qualitative research that the researcher collected the data  from  both multidisciplinary team, internal and external hospital totaling 16 person by structure interview form.

The research results were found  that the multidisciplinary practice follows the procedure according to the Child Protection Act 2003 including (1) Inquiry of the evidence or investigation (2) Immediate protection (3) Rehabilitation therapy (4) Returning children to society and (5) Preventing re-offending with reducing risk factors in families and communities.

          The problems in this multidisciplinary practice  were (1) The understanding of procedure in practicing (2) the Coordinate and handover of works in which there is no coordinate system during public holidays and no handover information for assistance procedures (3) Limitations in management with obscure coordinate effort in multidisciplinary practice; shortage of staff, investment, improper service site and no policy to promote multidisciplinary practice.

          Guidelines for improving the multidisciplinary practice in providing services to abused children are 1) the understanding by improving the law knowledge, skill for assisting abused children and psychology in building relationships 2) the coordination and handover of works by creating manual, activities to improve relationship within multidisciplinary and consultation for improving network 3) the management should have a curriculum for students, doctor, and nurse, managing the resource network in practice and encouraging staffs. The Ministry of Public Health should determine the refugee center structure, create concise guidelines, and support the investment in multidisciplinary practice.

          Recommendations in policy are 1) The Ministry of Public Health should modify the refugee centers to be more concise 2) The Ministry of Public Health should make an effort with an associate department with connected network practice for a consistent understanding 3) the law department should modify the associate code to align with the current situations. Recommendations for the department are 1) the Hospital should have a guideline for staff to coordinate with the associate department within the province 2) Refugee centers should improve staff skills within the department.

References

ชมพูนุช พัฒนพงษ์ดิลก. (2558). แนวทางการพัฒนาการปฏิบัติงานของทีมสหวิชาชีพในการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวของศุนย์พิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารและนโยบายสังคม, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ณัฐวดี ณ มโนรม. (2547). การคืนเด็กสู่สังคม ใน ศรีเวียง ไพโรจน์กุล และคณะ (บก.), คู่มือปฏิบัติงานของทีมสหวิชาชีพในกระบวนการคุ้มครองเด็ก. กรุงเทพฯ: มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก.

ทัศนลักษณ์ วงศ์สุริยศักดิ์. (2552). การรับรู้ของนักสหวิชาชีพในการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว. สารนิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาสตรีศึกษา, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

นัยนา ธนวัฑโฒ. (2551). การทำงานของสหวิชาชีพในการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กหญิงที่ถูกทารุณกรรมทางเพศ : วิเคราะห์จากมุมมองสตรีนิยม. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาสตรีศึกษา, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

บุญเสริม หุตะแพทย์. (2552). ทัศนคติและบทบาทของทีมสหวิชาชีพต่อการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว.รายงานการวิจัย.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

เบญจพร ปัญญายงค์ และอชิมา เกิดกล้า. (2552). แนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือ เด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัวที่ถูกกระทำรุนแรง (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.

รจเรข โกมุท. (2553). การส่งเสริมการทำงานของทีมสหวิชาชีพในการคุ้มครองเด็กที่ถูกทารุณกรรม จังหวัดนนทบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ราตรี แฉล้มวารี. (2550). การปฏิบัติงานสหวิชาชีพในการช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรม. การค้นคว้าอิสระปริญญาคหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์, คณะคหกรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

วาสนา แก้วนพรัตน์. (2552). เอกสารสรุปสาระสำคัญการอบรมความรู้และทักษะการปฏิบัติงานสหวิชาชีพ. (อัดสำเนา). กรุงเทพฯ: มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก.

ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา. (2566). สถิติการให้บริการช่วยเหลือเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงของศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา. (อัดสำเนา). นครราชสีมา: โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา.

สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์, และพยงค์ศรี ขันธิกุล. (2546). คู่มือปฏิบัติงานในการบำบัดฟื้นฟูหญิงและเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก.

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. (2567). สถิติการให้บริการช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงของศูนย์พึ่งได้. สืบค้นจาก https://phdb.moph.go.th/, สืบค้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

อรธิชา วิเศษโกสิน. (2551). แนวทางการพัฒนาการปฏิบัติงานสหวิชาชีพของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารและนโยบายสังคม, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

อัยลดา ราชตัน. (2555). การพัฒนาความร่วมมือของคณะกรรมการสหวิชาชีพในการคุ้มครองสิทธิเด็กจังหวัดลำพูน. การค้นคว้าอิสระปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, คณะรัฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

อารีรัตน์ นฤดมพงศ์. (2547). ศึกษาเรื่องการบริหารการจัดบริการในการให้ความช่วยเหลือเด็กถูกทารุณกรรม ศึกษาเฉพาะกรณี เด็กถูกทารุณกรรมของสำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จังหวัดปทุมธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารและนโยบายสังคม, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ไอลดา ขัติยวรา. (2556). การส่งเสริมบทบาทของสหวิชาชีพในการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว:กรณีศึกษาจังหวัดแพร่. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Downloads

Published

2024-12-19