การพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมการอ่านจับใจความภาษาญี่ปุ่น โดยใช้แนวคิดห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนาน้อย
คำสำคัญ:
การอ่านจับใจความภาษาญี่ปุ่น, แนวคิดห้องเรียนกลับด้าน, ส่งเสริมการอ่านบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาคุณภาพของหลักสูตรส่งเสริมการอ่านจับใจความภาษาญี่ปุ่น โดยใช้แนวคิดห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) ศึกษาผลการใช้หลักสูตรส่งเสริมการอ่านจับใจความภาษาญี่ปุ่น โดยใช้แนวคิดห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/4 โรงเรียนนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 20 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย หลักสูตร คู่มือของหลักสูตร แบบทดสอบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการสร้างและตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรส่งเสริมการอ่านจับใจความภาษาญี่ปุ่น โดยใช้แนวคิดห้องเรียนกลับด้าน หลักสูตรที่สร้างขึ้น คือ หลักสูตรส่งเสริมการอ่านจับใจความภาษาญี่ปุ่น โดยใช้แนวคิดห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มี 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความนำเป็นมาและความสำคัญของหลักสูตร 2) หลักการของหลักสูตร 3) วัตถุประสงค์/จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 4) โครงสร้างเนื้อหาในหลักสูตร 5) แนวทางการจัดการเรียนการรู้ 6) สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 7) การวัดและประเมินผล ในภาพรวมหลักสูตรมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด และคู่มือการใช้หลักสูตรในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด
- ผลการใช้หลักสูตรส่งเสริมการอ่านจับใจความภาษาญี่ปุ่น โดยใช้แนวคิดห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับดีมาก (
= 4.54, S.D. = 0.59) มีค่าเฉลี่ยระดับความสามารถการอ่านจับใจความภาษาญี่ปุ่น หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กิตติพันธ์ อุดมเศรษฐ์, ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ, และอรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง. (2560). การพัฒนารูปแบบการออกแบบการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้กลับด้านตามกรอบแนวคิดทีแพคและทฤษฎีขยายความคิดสำหรับครูมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. Journal of Education and Innovation, 19(4), 24-38. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edujournal_nu/article/view/108371
จันทิมา แก่นชา และทรงภพ ขุนมธุรส. (2565). การจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) ร่วมกับเทคนิค SQ4R เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านจับใจความสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. Journal of Modern Learning Development, 7(4), 128–142. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jomld/article/view/254697
จินตนา แก้วอาสา. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2565). รายชื่อโรงเรียนที่เปิดสอนภาษาญี่ปุ่น สังกัด สพฐ. ปี 2565. http://www.academic.obec.go.th/web/document/view/262
สุมาลี วังทรายทอง. (2562). การพัฒนากิจกรรมการเรียนเพื่อส่งเสริมความสามารถทางการเรียน ภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค TGT [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip your classroom: reach every student in every class every day. International Society for Technology in Education.
Japan Foundation. (2020). Survey Report on Japanese-Language Education Abroad 2018. https://www.jpf.go.jp/e/project/japanese/survey/result/survey18.html
Lo, C. K., & Hew, K. F. (2017). A critical review of flipped classroom challenges in K–12 education: Possible solutions and recommendations for future research. Research and Practice in Technology Enhanced Learning, 12, 4. https://doi.org/10.1186/s41039-016-0044-2
Yamashita, J. (2004). Reading Attitudes in L1 and L2, and Their Influence on L2 Extensive Reading. Reading in a Foreign Language.
Taba, H. (1962). Curriculum Development: Theory and Practice. Harcourt, Brace & World.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มมร ล้านนาวิชาการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลการวิจัยและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความ ถือเป็นความคิดเห็นและอยู่ในความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ มิใช่ความเห็นหรือความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ หรือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากการพิมพ์
บทความที่ได้รับการเผยแพร่โดยวารสาร มมร วิชาการล้านนาถือเป็นสิทธิ์ของวารสารฯ
