การสื่อสารภาพลักษณ์ตัวละครหญิงรักหญิงในละครโทรทัศน์และซีรีส์ไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะการสื่อสารภาพลักษณ์ของตัวละครหญิงรักหญิงในแต่ละยุค และ 2) วิเคราะห์บทบาทของตัวละครหญิงรักหญิงผ่านบริบทของสังคม การเมือง และวัฒนธรรม โดยอาศัยกรอบทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทฤษฎีภาพลักษณ์ (Image Theory) ทฤษฎีเควียร์ (Queer Theory) และแนวคิดเกี่ยวกับละครโทรทัศน์และซีรีส์ เพื่อกำหนดทิศทางการศึกษาและการตีความเชิงระบบ ระเบียบวิธีเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) กับกลุ่มตัวอย่างสื่อละครโทรทัศน์และซีรีส์ไทยที่เป็นตัวแทนทั้งหมด 4 ยุค ได้แก่ 1) ยุคเฟื่องฟู เรื่อง คือหัตถาครองพิภพ (2538) 2) ยุคโลกาภิวัฒน์ เรื่อง จับตายวายร้ายสายสมร (2541) 3) ยุคสื่อใหม่ เรื่อง ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซีซั่น 3 (2558) และ 4) ยุคสื่อสตรีมมิ่ง เรื่อง ใจซ่อนรัก The Secret of Us (2567) ผลการวิเคราะห์จะถูกรายงานตามวัตถุประสงค์ คือ การนำเสนอภาพลักษณ์ของกลุ่มหญิงรักหญิงผ่านตัวละครจากกลุ่มตัวอย่างถูกประกอบสร้างอย่างหลากหลายและซับซ้อน สอดคล้องกับทฤษฎีเควียร์ว่าตัวตนไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่หากเป็นพลวัตของประสบการณ์ ช่วงชั้นสังคม และการเลือกนิยามตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริบทของสังคม การเมือง และวัฒนธรรม ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย จากการไม่ยอมรับไปสู่การยอมรับแบบมีเงื่อนไขผ่านกลไกของเวลาและยุคสมัย ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้แก่ ความเปลี่ยนแปลงของทัศนคติสังคมไทย การเปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติ อิทธิพลของสื่อดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เปิดกว้างต่อประเด็นสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมที่ได้ทำให้บทบาทของหญิงรักหญิงมีความเชื่อมโยงกับบริบททางสังคม การเมือง และวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ตัวละครหญิงรักหญิงจึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบของเรื่องในแบบแต่ก่อนเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงการตระหนักรู้ การยอมรับ และการมีส่วนร่วมของกลุ่มหญิงรักหญิงในสังคมร่วมสมัยอย่างเป็นรูปธรรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
อยู่ระหว่างการปรับปรุง (ลิขสิทธิ์และการรับผิดชอบ)
เอกสารอ้างอิง
เกศินี ดำริสถลมารค. (2555). ภาพลักษณ์ของหญิงรักร่วมเพศที่ปรากฎอยู่ในภาพยนตร์เอเชียตะวันออก [วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จาง หยิง, และจันทร์สุดา ไชยประเสริฐ. (2565). วาทกรรมหญิงรักหญิงในละครโทรทัศน์เรื่อง รากแก้ว: อำนาจการกดทับของผู้หญิงด้วยกัน. ใน การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 14 (น.440-451). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่. https://has.hcu.ac.th/jspui/handle/123456789/3148
จิตติมา อานสกุลเจริญ. (2558). ชนชั้นและยุคสมัยการเมืองการปกครองไทย. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 5(1), 7-15.
ประกายกาวิล ศรีจินดา. (2560). สัมพันธบทของเรื่องเล่าความรักผ่านรายการคลับฟรายเดย์. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา, 4(2), 8-13.
ปริชญา แก้วสีนวล. (2565). ภาพตัวแทน “ผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+)” ในมิวสิควิดีโอเพลงไทยสมัยนิยม [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ปารณีย์ จงรักษ์. (2556). การเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และการแสดงออกทางสังคมของกลุ่มหญิงรักหญิง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ปุณยิกา ขจิตระบิน. (2562). การสื่อความหมายค่านิยมทางสังคมของหญิงรักหญิง และกลวิธีการนำเสนอในละครโทรทัศน์ คลับ ฟรายเดย์ เดอะ ซีรีย์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยรังสิต.
สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์. (2554). พัฒนาการและสุนทรียทัศน์ในการสร้างสรรค์บทละครในโทรทัศน์ไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุทธิญา ไชยสุกุมาร, และอานิก ทวิชาชาติ. (2565). การศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรมและการเปิดเผยตัวเองของกลุ่มหญิงรักหญิงเพื่อการสร้างสรรค์บทละครโทรทัศน์. วารสารนิเทศศาสตรปริทัศน์, 26(2), 32-39.
สุนิสา แก้วนิ่ม, และอรอุมา ซ่อนกลิ่น. (2567). วาทกรรมว่าด้วย “แม่ศรีเรือน” กับค่านิยมของสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไป. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 2(4), 1-20.
อนาคตละครไทย ใครเขียนบท. (2562). ThaiHealth Official. https://www.thaihealth.or.th/?p=237712
Boorstin, D. J. (2012). The image: A guide to pseudo–events in America. Atheneum.
Jagose, A. (1996). Queer theory: An introduction. New York University Press.