การสังเคราะห์วิทยานิพนธ์ของหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
DOI:
https://doi.org/10.64769/rdj.v29i1.280479คำสำคัญ:
การสังเคราะห์งานวิจัย, วิจัย, หลักสูตรและการสอนบทคัดย่อ
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2553 ทั้งภาคปกติและภาคพิเศษ หลักสูตรได้มีการปรับปรุง 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2557 พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2567 วิทยานิพนธ์เรื่องแรกตีพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2556 ในช่วงปี พ.ศ. 2556 ถึง 2567 มีวิทยานิพนธ์ได้รับการตีพิมพ์ทั้งหมด 72 เรื่อง ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์วิทยานิพนธ์เหล่านี้ โดยสารสนเทศ ที่ได้จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาปรับปรุงหลักสูตร การพัฒนาหัวข้อวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา และการพัฒนากระบวนการทำวิทยานิพนธ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยมีดังนี้
1. วิทยานิพนธ์ 72 เรื่อง มีการตีพิมพ์และเผยแพร่มากที่สุดในปี พ.ศ. 2558 (จำนวน 19 เรื่อง ร้อยละ 26.40) รองลงมาคือ พ.ศ. 2559 (จำนวน 17 เรื่อง ร้อยละ 23.60) เป็นวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาภาคพิเศษ (45 เรื่อง ร้อยละ 62.50) และของนักศึกษาภาคปกติ (27 เรื่อง ร้อยละ 37.50) โดยจำแนกตามหลักสูตรปี พ.ศ. 2552 (จำนวน 54 เรื่อง ร้อยละ 75.00) หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2557 (จำนวน 12 เรื่อง ร้อยละ 16.70) และหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2562 (จำนวน 6 เรื่อง ร้อยละ 8.30) ส่วนหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567 ยังไม่มีผู้สำเร็จการศึกษา เมื่อจำแนกกลุ่มตามเป้าหมายหลักของการวิจัย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มมุ่งพัฒนาหลักสูตร (จำนวน 36 เรื่อง ร้อยละ 50.00) และกลุ่มมุ่งพัฒนารูปแบบหรือรูปแบบการเรียนการสอน (จำนวน 34 เรื่อง ร้อยละ 47.20) กลุ่มอื่น ๆ (จำนวน 2 เรื่อง ร้อยละ 2.80) เรื่องแรกมุ่งศึกษาเชิงลึกทางด้านภาษาถิ่น สู่แนวทางการพัฒนาหลักสูตร อีกเรื่องมุ่งศึกษาโมเดลเชิงโครงสร้างพหุระดับ
2. วิทยานิพนธ์ 68 เรื่อง จากทั้งหมด 72 เรื่อง (ร้อยละ 94.40) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา (R and D) ที่เหลือแบ่งเป็น การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (2 เรื่อง ร้อยละ 2.80) การวิจัยเชิงนโยบายและการวิจัยเชิงคุณภาพ (ประเภทละ 1 เรื่อง ร้อยละ 1.40) แบบแผนการวิจัยที่มีความถี่สูงสุด คือ One Group Pretest Posttest Design (จำนวน 50 เรื่อง ร้อยละ 69.40) รองลงมาตามลำดับ ได้แก่ Pretest-Posttest Control Group Design (จำนวน 9 เรื่อง ร้อยละ 12.50) Randomized Control Group Pretest-Posttest Design (จำนวน 8 เรื่อง ร้อยละ 11.10) Non Experimental Research (3 เรื่อง ร้อยละ 4.20) ที่เหลืออีก 2 เรื่อง (ประเภทละ 1 เรื่อง ร้อยละ 1.40) เป็น Randomized Pretest-Posttest และ Control Group Time-Series Design
3. วิทยานิพนธ์ 72 เรื่อง มีการนำแนวคิดหรือทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ทั้งหมด 55 แนวคิดหรือทฤษฎี โดยเรียงตามความถี่ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) การเรียนรู้แบบผสมผสาน (10 เรื่อง ร้อยละ 13.90) 2) การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (9 เรื่อง ร้อยละ 12.50) 3) การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (7 เรื่อง ร้อยละ 9.70) 4) เมตาคอกนิชัน (6 เรื่อง ร้อยละ 8.30) การเรียนรู้โดยใช้บริบทเป็นฐาน (6 เรื่อง ร้อยละ 8.30) และ 5) การเรียนรู้แบบร่วมมือ (5 เรื่อง ร้อยละ 6.90)
4. วิทยานิพนธ์เฉพาะกลุ่มมุ่งพัฒนาหลักสูตร (36 เรื่อง) หลักสูตรที่พัฒนามีความถี่สูงสุดเป็นหลักสูตรเสริม (ร้อยละ 41.70) รองลงมาตามลำดับ เป็นหลักสูตรฝึกอบรม (ร้อยละ 38.90) หลักสูตรรายวิชา (ร้อยละ 16.70) และหลักสูตรบูรณาการ (ร้อยละ 2.80) โดยองค์ประกอบของหลักสูตรที่ระบุไว้ตรงกัน (มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80) มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ชื่อหลักสูตร 2) หลักการและเหตุผล 3) จุดมุ่งหมาย 4) โครงสร้างของหลักสูตร 5) กระบวนการการจัดกิจกรรม และ 6) การวัดและประเมินผล ส่วนองค์ประกอบอื่นที่ปรากฏ เช่น สื่อและแหล่งเรียนรู้ แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน ส่วนองค์ประกอบของรูปแบบหรือรูปแบบการเรียนการสอนที่ระบุไว้ตรงกัน (มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80) มี 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ชื่อรูปแบบ 2) ที่มาและความสำคัญ 3) แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน 4) หลักการ 5) จุดมุ่งหมาย 6) โครงสร้างเนื้อหา 7) กระบวนการจัดการเรียนรู้ และ 8) การวัดและประเมินผล ส่วนองค์ประกอบอื่นที่ปรากฏ เช่น สื่อและแหล่งเรียนรู้ การนำรูปแบบไปใช้
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Anaman, A., Buakerd, W., Sirisawat, T., & Yahakorn, S. (2018). A synthesis of graduate-level research in Curriculum and Instruction, Thai major, School of Education, Sukhothai Thammathirat Open University. STOU Education Journal, 11(1), 339–349.
Anderson, T. P. (1999). Instructional development paradigms. New Jersey: Educational Publication.
Gökal, Hüseyin; Buzun, Mustafa; Adalier, Ahmet. (2023). Blockchain: A Content Analysis of Graduate Theses in Turkey. Turkish Online Journal of Educational Technology-TOJET, 22(1), 37-48.
Kaemmani, T. (2018). The art of teaching: Knowledge for effective learning process management (21st ed.). Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Khankhaeng, P. (2019). A synthesis of research on instructional innovations for improving English learning achievement of secondary school students. Master’s thesis, Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University.
Phankaew, W. (2017). A synthesis of research on science instruction affecting science process skills or scientific attitudes of secondary school students: A meta-analysis. Master’s thesis, Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University.
Singklang, U., & Sawangboon, T. (2024). A meta-analysis of research on instructional methods affecting Thai reading skills of primary students with learning disabilities. Journal of Educational Measurement Mahasarakham University, 30(2), 158–171.
Sökmen, Yavuz. (2021). Content Analysis of Articles Published in the Field of Social Studies Education. International Journal of Curriculum and Instruction, 13(2), 1564-1582.
Somkid, K. (2016). A synthesis of research on graduate curriculum management in Educational Administration major at Chiang Mai University. Independent study, M.Ed. Chiang Mai: Chiang Mai University.
Srisawat, B., & Srisawat, S. (2009). Research on educational administration. Bangkok: Suree Viyasarn.
Sutthirat, C. (2013). Curriculum development: From theory to practice. Bangkok: We-Print.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการอ่าน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.