ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคสืบสวนสอบสวนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนในวิชาประวัติศาสตร์จีน ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคสืบสวนสอบสวนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนในวิชาประวัติศาสตร์จีน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคสืบสวนสอบสวนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาประวัติศาสตร์จีน และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคสืบสวนสอบสวนในรายวิชาประวัติศาสตร์จีนกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ที่เรียนวิชาประวัติศาสตร์จีนในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 28 คนที่ได้มาจากการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษา ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน โดยใช้วงจร P (วางแผน เตรียมการ) - A (ลงมือปฏิบัติ) – O (พัฒนา ติดตามผล) – R (ประเมินผล) นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษากลุ่มเป้าหมายที่ศึกษารายวิชาประวัติศาสตร์จีนด้วยเทคนิคสืบสวนสอบสวนนั้น ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์จีนด้วยเทคนิคสืบสวนสอบสวนพบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.63 สะท้อนให้เห็นว่าเทคนิคการเรียนรู้แบบสืบสวนสอบสวนสามารถช่วยพัฒนาให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหาในบทเรียนมากขึ้น
Downloads
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่าหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนาญาตจากวารสารวิชาการ ฯ ก่อนเท่านั้น