การบริหารแบบร่วมมือขององค์การบริหารส่วนตำบลกะบกเตี้ย ในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนกะบกเตี้ย อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยการบริหารแบบร่วมมือขององค์การบริหารส่วนตำบลนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยการบริหารแบบร่วมมือขององค์การบริหารส่วนตำบลกะบกเตี้ยที่ส่งผลต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนกะบกเตี้ย อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท ซึ่งผู้วิจัยกำหนดให้ประชากรทั้งหมดเป็นกลุ่มตัวอย่างรวมจำนวน 48 คน ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมืออันประกอบด้วยคำถาม จำนวน 4 ส่วน 16 ข้อ และดำเนินการทดสอบความเชื่อถือได้ของแบบสอบถามด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาด ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.935 จากนั้นเก็บรวบรวมข้อมูลกับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และพนักงานขององค์การบริหารส่วนตำบลกะบกเตี้ย และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ อัตราส่วนร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติสมการถดถอยแบบพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยด้านผู้นำองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการบริหารงานเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในลักษณะความร่วมมือ รองลงมาคือ ปัจจัยด้านการก่อเกิดความร่วมมือ เช่นเดียวกับปัจจัยด้านการจัดโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร และปัจจัยด้านกระบวนการการบริหารงาน ตามลำดับ 2. กิจกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลกะบกเตี้ยมีความโดดเด่นในเรื่องของการมองหาศักยภาพชุมชนและการร่วมกันพัฒนามากที่สุด รองลงมาคือ การแสวงหาโอกาสทางการท่องเที่ยวชุมชน และการส่งเสริมช่องทางการสื่อสาร ขณะที่การส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเสริมคุณภาพชีวิตนั้นยังมีการดำเนินการในกิจกรรมด้านนี้น้อย ตามลำดับ และ 3. ปัจจัยการบริหารแบบร่วมมือขององค์การบริหารส่วนตำบลกะบกเตี้ยที่ส่งผลต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนกะบกเตี้ย ได้แก่ ปัจจัยผู้นำและปัจจัยกระบวนการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ขณะที่ ปัจจัยการจัดโครงสร้างความสัมพันธ์และปัจจัยการก่อเกิดไม่มีผลต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนกะบกเตี้ย อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่าหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนาญาตจากวารสารวิชาการ ฯ ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงมหาดไทย. (2566). การดำเนินการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. https://www.dla.go.th/upload/document/type2/2566/10/30178_1_1697518526947.pdf
จิรภาส หลอดเงิน. (2567). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของชุมชนนาถ่อน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร]. ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ (E-Thesis) SNRU. https://gsmis.snru.ac.th/e-thesis/file_att1/2025121064426423120_fulltext.pdf
ชัชวินธ์ ตันติเวชวาณิชย์ และ วสันต์ เหลืองประภัสร์. (2562). การสร้างความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบนพื้นที่ภาคตะวันออก: ปัจจัยแห่งความสำเร็จและสภาพปัญหาอุปสรรค. วารสารสหวิทยาการ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 16(1), 90 – 133. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/citujournal/article/view/246446/166925
เดชา พวงงาม. (2566). การสร้างเครือข่ายการบริหารปกครองแบบร่วมมือกันในการปฏิบัติภารกิจขององค์การบริหารส่วนจังหวัด. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 10(1), 323 – 347. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/262482/179073
นพดล อัคฮาด, พนมพัทธ์ สมิตานนท์, นราธิป ศรีราม, และชูเกียรติ มุทธากาญจน์. (2566). กลไกการบริหารจัดการแบบร่วมมือด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก ในจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารบริหารการปกครอง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 12(2), 119 – 213. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/gjournal-ksu/article/view/268652/174578
พรรณภัทร ราชาภรณ์. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์กรสาธารณกุศลในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีศึกษาอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(1), 84 – 97. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/252470/172486
พิชญ์สินี เสรีโรจนกุล และ ปิยากร หวังมหาพร. (2565). การพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองพนัสนิคม. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(4), 277 – 297. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSBA/article/download/255426/175113
มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน. (ม.ป.ป.). ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง. https://www.mbuisc.ac.th/woratep/Research%20Methodology%20-pdf. www/5%20Populations/5%20Populations%205.pdf
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40. หน้า 74. https://cdc.parliament.go.th/draftconstitution2/ewt_dl_link.php?nid=1038&filename=index
วสันต์ ศรีสมพงศ์. (2559). การบริหารจัดการแบบร่วมมือในโครงการคลองหมอนนา ตำบลรำแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตที่ไม่ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ศศิธร ทองจันทร์. (2559). การบริหารกิจการบ้านเมืองแบบร่วมมือกันกับการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐไทย กรณีศึกษาโครงการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. TU Digital Collections. https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2016/TU_2016_5303031222_6519_5351.pdf
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2542). พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542. https://www.dla.go.th/work/planlocal/law.htm
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2562). พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 แก้ไขฉบับเพิ่มเติม 2562. https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/050/T_0151.PDF
Ansell, C. & Gash, A. (2007). Collaborative Governance in Theory and Practice. https://academic.oup.com/jpart/articleabstract/18/4/543/1090370?redirectedFrom=fulltext
Cronbach, L. J. (1971). Essentials of Psychological Testing (4th ed.). Harper & Row.
Emerson, K., Nabatchi,T., & Balogh, S. (2011). An Integrative Framework for Collaborative Governance. Journal of Public Administration Research and Theory, 22, 1 - 29.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607 – 610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308