การพัฒนาสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาไม่ตรงสาขาวิชาเอกในโรงเรียนขนาดเล็กจังหวัดชัยภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการพัฒนาสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาไม่ตรงสาขาวิชาเอกในโรงเรียนขนาดเล็กจังหวัดชัยภูมิ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพ ปัญหา ความต้องการของครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่จบไม่ตรงเอก 2. พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สอนที่มีวุฒิไม่ตรงสาขาวิชาเอกในโรงเรียนขนาดเล็กจังหวัดชัยภูมิ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่มีวุฒิการศึกษาไม่ตรงสาขาวิชาเอก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1 - 3 จำนวน 50 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2) แบบสัมภาษณ์ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ 3) แบบสอบถามครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่จบไม่ตรงเอก 4) คู่มือหลักสูตรการฝึกอบรม สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สำหรับครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ 5) แบบประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลวิจัยพบว่า 1. ผลการศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการ พบว่า ด้านการระบุปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ได้ค่าเฉลี่ย ( = 4.58, S.D. = 0.95) และการบูรณาการบริบทจริงของผู้เรียน ได้ค่าเฉลี่ย (
= 4.52, S.D. = 0.25) ครูยังขาดทักษะการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ได้ค่าเฉลี่ย (
= 3.38, S.D. = 0.57) 2. ผลการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สำหรับผู้สอนที่มีวุฒิไม่ตรงสาขาวิชาเอกในโรงเรียนขนาดเล็กจังหวัดชัยภูมิ ด้านองค์ประกอบของหลักสูตร พบว่า หลักสูตรฝึกอบรมที่ยกร่างขึ้น ประกอบด้วย 1) หลักการและเหตุผล 2) วัตถุประสงค์ของหลักสูตร 3) เนื้อหาสาระ 4) กิจกรรมการเรียนรู้ 5) สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 6) การวัดและประเมินผล และด้านผลการประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรฝึกอบรมครูฯ พบว่า หลักสูตรมีความเหมาะสมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (
= 4.32, S.D. = 0.12) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ความสอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ (
= 4.48, S.D. = 0.15) รองลงมาคือ ความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง (
= 4.40, S.D. = 0.14) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การวัดและประเมินผล (
= 4.20, S.D. = 0.24)
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่าหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนาญาตจากวารสารวิชาการ ฯ ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ข้อบังคับครุสภา ว่าด้วยการส่งเสริม ยกย่อง และพัฒนาวิชาชีพไปสู่ความเป็นเลิศในสาขาต่าง ๆ พ.ศ. 2568. (2568, 20 มิถุนายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 142, ตอนพิเศษ 225 ง, หน้า 31.
ดอกไม้ ชินโคตร, วาสนา กีรติจำเริญ, และสมเกียรติ ทานอก. (2566). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคมสำหรับครูวิทยาศาสตร์. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(4), 827 - 844. https://doi.org/10.60027/iarj.2024.276900
วัชรภัทร เตชะวัฒนศิริดำรง และ ภัทราวรรณ จันทร์เนตร์. (2564). การศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1. วารสารศึกษาศาสตร์ มมร, 9(1), 267 – 277. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/edj/article/view/268761/181362
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมชุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
Taba, H. (1962). Curriculum Development: Theory and Practice. Harcourt, Brace & World, lnc.
Tyler, R.W. (1949). Basic Principles of Curriculum and Instruction. University of Chicago Press.