การบูรณาการศาสตร์พระราชาในสถานศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

Main Article Content

สายสุนี โพธิ์ตุ่น

บทคัดย่อ

   การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาด้วยการบูรณาการศาสตร์พระราชาในสถานศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐาน 2. ศึกษาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักศึกษาด้วยการ บูรณาการศาสตร์พระราชาในสถานศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐาน และ 3. ศึกษาการสะท้อนการเรียนรู้ของนักศึกษาด้วยการบูรณาการศาสตร์พระราชาในสถานศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา จำนวน 31 คน ซึ่งลงทะเบียนเรียนรายวิชาศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นควบคู่กับรายวิชาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้  ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 2) แบบประเมินความสามารถในการคิดแก้ปัญหาเป็นแบบประเมินแบบ Likert scale 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ และ 3) แบบสอบถามการสะท้อนการเรียนรู้เป็นแบบสอบถามแบบ Likert Scale 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (equation) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าสถิติ (Dependent t-test)


   ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักศึกษาด้วยการบูรณาการศาสตร์พระราชาในสถานศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐาน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2. ผลประเมินความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักศึกษาด้วยการบูรณาการศาสตร์พระราชาในสถานศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐาน อยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.58) และ 3) ผลการสะท้อนการเรียนรู้ของนักศึกษา ด้วยการบูรณาการศาสตร์พระราชาในสถานศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐานอยู่ในระดับมาก (equation = 4.30)

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โพธิ์ตุ่น ส. (2026). การบูรณาการศาสตร์พระราชาในสถานศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 17(2), 189–208. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/truhusocjo/article/view/282633
ประเภทบทความ
Research Article

เอกสารอ้างอิง

เกษร สุวิทยะศิริ, นันธิดา วัดยิ้ม,ศศิธร เตชะมวลไววิทย์, และสุพางค์พรรณ พาดกลาง. (2563). ผลของการใช้การเรียนโครงงานเป็นฐานเพื่อสร้างนวัตกรรมต่อการพัฒนาสมรรถนะ การสะท้อนคิดของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล (วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ), 36(3), 164 – 177. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnbangkok/article/view/247002

ณัฐพงศ์ สนองคุณ, พงฐฉัตร เนียมทรง, สุวุฒิ ตุ้มทอง, และณิชานันท์ สมัครไทย. (2568). การพัฒนารูปแบบระบบธุรกิจอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบริหารจัดการรายได้. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร. สุวรรณภูมิ, 9(1), 89 – 101. https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/JSciTech/article/view/3660/2829

บุญชม ศรีสะอาด. (2560).การวิจัยเบื้องต้น .(พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.

สุคนธ์ สินธพานนท์. (2558). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่...เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. ห้างหุ้นส่วนจำกัด 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.

สุเมธ ตันติเวชกุล. (2560). ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน. http://www.mfa.go.th/main/th/news3/6888/78941

เทพกัญญา พรหมขัติแก้ว. (2557). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project - Based Learning: PBL). นิตยสาร สสวท., 42(188), 14 – 17.

Chen, C.-H. & Yang, Y.-C. (2019). Revisiting the effects of project-based learning on students' academic achievement: A meta-analysis investigating moderators. Educational Research Review, 26, 71 – 81

Guo, P., Saab, N., Post, L. S., &Admiraal, W. (2020). A review of project - based learning in higher education: Student outcomes and measures. International Journal of Educational Research, 102, 101586. https://doi.org/10.1016/j.ijer.2020.101586.

Kongmanus, K. (2016). Development of project - based learning model to enhance educational media business ability for undergraduate students in educational technology and communications program. Journal of Advances in Humanities and Social Sciences, 2(5), 287 – 296. https://doi.org/10.20474/jahss-2.5.5

UNESCO. (2015). Rethinking Education: Towards A Global Common Good?. UNESCO Publishing. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000232555