ประสิทธิผลการนำหลักธรรมาภิบาลไปฏิบัติในการบริหารงานของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประสิทธิผลการนำหลักธรรมาภิบาลไปฏิบัติในการบริหารงานของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

ขจรจิตร์ โลหิตหาญ

摘要

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับประสิทธิผลการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติในการบริหารงานของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ 2) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติมีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติในการบริหารงานของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 130 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยใช้ค่าสถิติ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุ ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิผลการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติในการบริหารงานของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า 2) ปัจจัยที่มีผลต่อการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อประสิทธิผลการนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติในการบริหารงานของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประกอบด้วย ด้านบุคลากร ด้านความรู้ความเข้าใจหลักธรรมาภิบาล ด้านการสื่อสารด้านทัศนคติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001

##plugins.generic.usageStats.downloads##

##plugins.generic.usageStats.noStats##

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

##submission.howToCite##
โลหิตหาญ ข. (2019). ประสิทธิผลการนำหลักธรรมาภิบาลไปฏิบัติในการบริหารงานของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์: ประสิทธิผลการนำหลักธรรมาภิบาลไปฏิบัติในการบริหารงานของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. Journal of Faculty of Humanities and Social Sciences Thepsatri Rajabhat University, 7(2), 39–50. 取读于 从 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/truhusocjo/article/view/175522
栏目
Research Article