อัตลักษณ์และสัญลักษณ์ของผ้าไหมพื้นเมืองกลุ่มเขมรถิ่นไทย อัตลักษณ์และสัญลักษณ์ของผ้าไหมพื้นเมืองกลุ่มเขมรถิ่นไทย
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
摘要
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาเรื่องอัตลักษณ์และสัญลักษณ์ของผ้าไหมพื้นเมืองของกลุ่มเขมรถิ่นไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการศึกษาเอกสาร ภาคสนาม การสัมภาษณ์ และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม ผลการศึกษาพบว่า ผ้าไหมพื้นเมืองกลุ่มเขมรถิ่นไทยสามารถแบ่งกลุ่มได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่มผ้าไหมทอลายแบบดั้งเดิม (ผ้าอัตลักษณ์) และกลุ่มผ้าไหมทอลายแบบประยุกต์ อัตลักษณ์ของผ้าไหมทอลายแบบดั้งเดิมมีรูปแบบกรรมวิธีการทอและคงลวดลายที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษไว้อย่างเคร่งครัด มีจำนวน 9 ชนิด ได้แก่ 1) ผ้าโฮล 2) ผ้ากะนีว (ผ้าหางกะรอก) 3) ผ้าอ็อมปรม 4) ผ้าอ็อนลูญซีม 5) ผ้าละเบิก 6) ผ้าสมอ 7) ผ้าโฉนดเลอก (ผ้าทอ ยกดอก) 8) ผ้าสาคู และ 9) ผ้าปะโบร์ ส่วน อัตลักษณ์ของผ้าไหมทอลายแบบประยุกต์มีโครงสร้างลายหลัก ได้แก่ลายทาง ลายตาราง ลายร่างแห ลายขอ (ลายรูปตัว S) ลายโคม (รูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด) ลายประดิษฐ์ตามจินตนาการของช่างทอผ้า และลายผสมที่ผสมลวดลายต่างๆ ลวดลายที่ปรากฏบนผืนผ้าทั้งผ้าไหมแบบดั้งเดิมและผ้าไหมแบบประยุกต์ล้วนเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ ความสุข ความสวยงาม วิถีทางประเพณี ความคิด ความเชื่อ มุมมองเกี่ยวกับสิริมงคล ความเจริญ อำนาจ ความน่าเกรงขาม และความปลอดภัย
##plugins.generic.usageStats.downloads##
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
The content and information presented in articles published in the Academic Journal of the Faculty of Humanities and Social Sciences, Thepsatri Rajabhat University, are solely the opinions and responsibilities of the respective authors. The editorial board of the journal neither necessarily agrees with nor assumes any responsibility for such content in any manner whatsoever.
All articles, information, content, and images published in the Academic Journal of the Faculty of Humanities and Social Sciences, Thepsatri Rajabhat University, are the copyright of the journal. Any person or organization wishing to reproduce, disseminate, or otherwise utilize all or any part thereof must obtain prior permission from the Academic Journal of the Faculty of Humanities and Social Sciences, Thepsatri Rajabhat University.