รูปแบบความร่วมมือทางการบริหารเพื่อการพัฒนาข้าวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2 รูปแบบความร่วมมือทางการบริหารเพื่อการพัฒนาข้าวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
摘要
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบตัดขวางที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบความร่วมมือทางการบริหารที่มีผลต่อการพัฒนาข้าวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2 ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปริมาณและยืนยันข้อมูลด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างการวิจัย คือ นายกหรือตัวแทนนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ จำนวน 140 คน และยืนยันรูปแบบด้วยการสนทนากลุ่มกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการวิเคราะห์สมการถดถอยแบบพหุ ในส่วนของการยืนยันรูปแบบผู้วิจัยใช้แบบประเมินความเหมาะสม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า1) รูปแบบที่ส่งผลต่อการพัฒนาฯ มี 2 รูปแบบ คือ 1. รูปแบบความร่วมมือแบบตอบรับกับสถานการณ์ และ2. รูปแบบความร่วมมือแบบถูกบังคับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้รูปแบบที่ไม่ส่งผลต่อการพัฒนาข้าวฯ มี 4 รูปแบบ คือ 1.รูปแบบความร่วมมือแบบบนลงล่าง 2. รูปแบบความร่วมมือแบบผู้ให้-ผู้รับ 3รูปแบบความร่วมมือแบบบนฐานขอบเขตภาระหน้าที่ และ 4.รูปแบบความร่วมมือแบบใจสมัคร อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 2) รูปแบบความร่วมมือแบตอบรับกับสถานการณ์มีความเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิได้วิพากษ์วิจารณ์รูปแบบความร่วมมือทางการบริหารฯแบบตอบรับกับสถานการณ์ไว้อย่างน่าสนว่าผู้บริหารที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือฯต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ 1.มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง 2.มีประสบการณ์ และ3.มีอำนาจ เพราะองค์ประกอบเหล่านี้เป็นเงื่อนสำคัญที่จะทำให้กิจกรรมการพัฒนาสามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ อีกทั้งยังสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์
##plugins.generic.usageStats.downloads##
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
The content and information presented in articles published in the Academic Journal of the Faculty of Humanities and Social Sciences, Thepsatri Rajabhat University, are solely the opinions and responsibilities of the respective authors. The editorial board of the journal neither necessarily agrees with nor assumes any responsibility for such content in any manner whatsoever.
All articles, information, content, and images published in the Academic Journal of the Faculty of Humanities and Social Sciences, Thepsatri Rajabhat University, are the copyright of the journal. Any person or organization wishing to reproduce, disseminate, or otherwise utilize all or any part thereof must obtain prior permission from the Academic Journal of the Faculty of Humanities and Social Sciences, Thepsatri Rajabhat University.
参考
พูนสุข หิงคานนท์. (2540). การพัฒนารูปแบบการจัดองค์การของวิทยาลัยพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า. (2550). ความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบและความเป็นไปได้. กรุงเทพฯ: ส เจริญ การพิมพ์.
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย. (2559). วิสัยทัศน์ เป้าประสงค์รวม ประเด็นยุทธศาสตร์ และตำแหน่งการพัฒนาตามแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด 4 ปี (พ.ศ.2557-2560) ฉบับทบทวนใหม่ (รอบปี พ.ศ.2560).สืบค้น มิถุนายน 16,2560, จาก www.osmnorthcentral1.go.th/.../download/?...วิสัยทัศน์%20เป้าประสงค์รวม%20...
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2559). จำนวนหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน จำแนกวัตถุประสงค์ของการกู้ยืมทั่วราชอาณาจักร พ.ศ. 2543 – 2558. สืบค้น สิงหาคม 29,2559 จาก http://service.nso.go.th/nso/web/statseries/statseries11.html.
สำนักบริหารยุทธศาสตร์ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2. (2559). แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2 (ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง). สืบค้น กรกฎาคม 18,2560 จาก http://www.chainat.go.th/p_plan/.
สิน พันธุ์พินิจ. (2549). เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.
สุนทรชัย ชอบยศ. (2558).การศึกษาความร่วมมือด้านการจัดการสาธารณภัยขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษา เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียง.THAI JOURNAL OF PUBLIC ADMINISTRATION, 14(20),129-154.
Agranoff,Robert &McGuire,Michael. (2003). Collaborative Public Management:New Strategies for Local Governments. Washington,D.C.: Georgetown University Press.
Krejcie, R. V.,&Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities.Educational and Psychological Measurement, 30(3),607-610.