วิเคราะห์วิธีการพัฒนาภาวะผู้นำแบบทหารและการสร้างทีมงาน วิเคราะห์วิธีการพัฒนาภาวะผู้นำแบบทหารและการสร้างทีมงาน
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
摘要
นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทหารมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศและการรักษาความสงบของดินแดนตน แต่ละกองทัพพยายามสร้างผู้นำทางการทหารให้เป็นบุคคลที่มีความสามารถในการนำทีม โดยทั่วไปในปัจจุบัน การพัฒนาผู้นำทหารคำนึงถึง 1) คุณลักษณะ (attributes) ซึ่งได้แก่ บุคลิกภาพ ท่าทาง และสติปัญญา 2) สมรรถนะ (competencies) ได้แก่ ความสามารถในการนำคนและสร้างบารมี พัฒนางานและบรรยากาศ เชิงบวกให้แก่ทีมงาน และมีสมรรถนะที่จะบรรลุภารกิจให้ได้ กองทัพไทยได้กำหนดคุณลักษณะของผู้นำทหารได้ 15 ข้อ ได้แก่ ลักษณะท่าทาง ความกล้าหาญ ความเด็ดขาด ความเชื่อถือได้ ความอดทน ความกระตือรือร้น การริเริ่ม ความซื่อสัตย์ วิจารณญาณ ความยุติธรรม ความรอบรู้ ความจงรักภักดี กาลเทศะ ความไม่เห็นแก่ตัว และ ความมีวิสัยทัศน์ ในการพัฒนาภาวะผู้นำทหารของกองทัพสหรัฐพบว่ามีการสนับสนุนให้ผู้นำทหารพัฒนาทักษะในหลายด้าน เพื่อให้ทหารสามารถปฏิบัติการได้ในทุกมุมโลก ทักษะที่จำเป็นได้แก่ ภาษาต่างประเทศและความเข้าใจในวัฒนธรรมต่างชาติ ประสบการณ์การฝึกในฐานะนายทหารยังสามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจการค้าได้อีกด้วย ดังตัวอย่างความสำเร็จของทหารอิสราเอลที่ประยุกต์ใช้ภาวะผู้นำทางการทหารในการสร้างธุรกิจหลังปลดประจำการจนประสบความสำเร็จ ผู้นำทหารจำเป็นต้องมีหลักการในการสร้างทีมงานประสิทธิภาพภายใต้อาณัติของตน หลักการเบื้องต้นได้แก่ 1) ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน รู้ว่าแต่ละคนในทีมจะทำอะไร 2) ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุภารกิจ 3) ปฏิบัติงานให้ลุล่วงอย่างรวดเร็ว 4) ทำงานให้ได้มาตรฐานหรือเกินมาตรฐาน 5) ทีมงานปรับตัวได้กับงานท้าทายหลายรูปแบบ 6) เรียนรู้จากประสบการณ์และภาคภูมิใจกับความสำเร็จที่ได้รับ โดยผู้นำย่อมเป็นบุคคลสำคัญหลักในการสร้างทีมงานที่เข้มแข็งขึ้นมา หากผู้นำขาดสมรรถนะ ทีมงานนั้นจะขาดสมรรถนะไปด้วยเช่นกัน
##plugins.generic.usageStats.downloads##
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
The content and information presented in articles published in the Academic Journal of the Faculty of Humanities and Social Sciences, Thepsatri Rajabhat University, are solely the opinions and responsibilities of the respective authors. The editorial board of the journal neither necessarily agrees with nor assumes any responsibility for such content in any manner whatsoever.
All articles, information, content, and images published in the Academic Journal of the Faculty of Humanities and Social Sciences, Thepsatri Rajabhat University, are the copyright of the journal. Any person or organization wishing to reproduce, disseminate, or otherwise utilize all or any part thereof must obtain prior permission from the Academic Journal of the Faculty of Humanities and Social Sciences, Thepsatri Rajabhat University.