การเพิ่มการระบายอากาศในหอผู้ป่วยรวมด้วยวิธีผสานเพื่อควบคุมการติดเชื้อ

Main Article Content

โอ๊ก ศรนิล
ชนิกานต์ ยิ้มประยูร
ภัทรนันท์ ทักขนนท์

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาแนวทางการเพิ่มการระบายอากาศด้วยวิธีผสานในอาคารหอผู้ป่วยรวมที่เปิดใช้งานอาคารไปแล้วเพราะมีความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคทางอากาศ โดยจำลองการเคลื่อนที่ของอากาศผ่านโปรแกรมคำนวณพลศาสตร์ของไหล กำหนดให้อาคารหอผู้ป่วยรวมมีอาคารข้างเคียงทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตกของตัวอาคาร เนื่องจากพบว่าอาคารข้างเคียงลักษณะดังกล่าวส่งผลให้อัตราการเปลี่ยนอากาศต่อชั่วโมงของอาคารมีค่าต่ำที่สุดกำหนดให้ลมธรรมชาติเข้าปะทะอาคารหอผู้ป่วยรวม 8 ทิศทาง (ความเร็วลม 2 เมตร/วินาที) การระบายอากาศในอาคารมี 3 ลักษณะ ได้แก่ 1) ไม่ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ 2) ติดตั้งพัดลมทิศทางตายตัว 3) ติดตั้งพัดลมระบายอากาศสัมพันธ์กับลมธรรมชาติ ผลจากการทดลองพบว่าการติดตั้งพัดลมระบายอากาศทิศทางตายตัวสามารถเพิ่มอัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศของห้องได้เฉลี่ย 4.69 ACH ในทุกทิศทางลมธรรมชาติ สำหรับการติดตั้งพัดลมระบายอากาศสัมพันธ์กับลมธรรมชาติช่วยเพิ่มอัตราการเปลี่ยนถ่ายอากาศของห้องเฉลี่ยได้ 6.41 ACH ในทุกทิศทางลมธรรมชาติ

Article Details

ประเภทบทความ
Articles

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. กองแบบแผน. คู่มือการออกแบบอาคารสถานบริการสุขภาพและสภาพแวดล้อม หอผู้ป่วยใน. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: กองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข, 2558.

กิตติคุณ ยกทรัพย์. “การเพิ่มประสิทธิภาพการระบาย อากาศในหอผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาล.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2558.

ณิชาภัทร ดิเรกวัฒนชัย. “ประสิทธิภาพการระบายอากาศในคลินิกวัณโรค กรณีศึกษาศูนย์บริการสาธารณสุขในกรุงเทพมหานคร.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรม-ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย, 2559.

ภารดี ช่วยบำรุง. เทคโนโลยีในการจำกัดเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศในโรงพยาบาล. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557.

สถาบันบำราศนราดูร. สำนักวัณโรค. แนวทางการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์, 2559.

อะเคื้อ อุณหเลขกะ. “End Tb โดยการยุติการแพร่กระจายวัณโรคในโรงพยาบาล.” สืบค้น 20 ธันวาคม 2561. https://www.youtube.com/watch?v= av0o9OOgMSI.

อุษณ จันทรทรัพย์. “การประเมินผลการระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาล.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาสถาปัตยกรรม-ศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553.

American Society of Heating Refrigerating and Air-Conditioning Engineers (ASHRAE). ASHRAE Standard 170-2017: Ventilation of Health Care Facilities. Inch-pound ed. Atlanta, Ga.: ASHRAE, 2017.

Awbi, Hazim. Ventilation System Design and Performance. New York: Taylor & Francis, 2008.

Chanawat Nitatwichit, Yottana Khunatorn and Nakorn Tippayawong. “Investigation and Characterization of Cross Ventilation Flows through Openings in a School Classroom.” Journal of the Chinese Institute of Engineers 31, 4 (2008): 587-603.

Inkarojrit, Vorapat. “Natural Ventilation in Thai Hospitals: A Field Study.” Paper presented at 31st AIVC Conference Low Energy and Sustainable Ventilation Technologies for Green Buildings, Seoul, October 26, 2010.

Jiamjarasrangsi, W, Bualert, S, Chongthaleong, A, Chindamporn, A, Udomsantisuk, N and Euasamarnjit, W. “Inadequate Ventilation for Nosocomial Tuberculosis Prevention in Public Hospitals in Central Thailand.” The International Journal of Tuberculosis and Lung Disease : the Official journal of the International Union against Tuberculosis and Lung Disease 13, 4 (2009): 454-59.

World Health Organization. Natural Ventilation for Infection Control in Health-Care Settings. Geneva: WHO, 2009.