ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของพระสงฆ์ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

Main Article Content

พระตุลา กตทีโป(อุ่นเจริญ)
ดร.ไพรัช พื้นชมภู
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สมเกียรติ เกียรติเจริญ

บทคัดย่อ

                       การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของพระสงฆ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของพระสงฆ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ของประชาชนที่มีตามเพศ อายุ และระดับการศึกษาต่างกัน และ 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะของประชาชนที่มีต่อบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของพระสงฆ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Research) คือ 1) การวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนที่เป็นหัวหน้าครัวเรือนหรือผู้แทนหัวหน้าครัวเรือนที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 379 คน ซึ่งใช้วิธีการการสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีลักษณะมาตราส่วนประมาณค่าห้าระดับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .82 และแบบสอบถามปลายเปิด สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  และ2) การวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มผู้นำชุมชน จำนวน 15 คน โดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นเป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structure Interview)


                       ผลการวิจัยพบว่า 1) ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของพระสงฆ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทั้งสามด้าน เรียงตามค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการพัฒนาจิตใจประชาชน  ด้านการพัฒนาท้องถิ่น และด้านการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม 2) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า  ประชาชนที่มีเพศ อายุ และระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นของต่อบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของพระสงฆ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยรวมไม่แตกต่างกันทางสถิติที่ระดับ .05 ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ และ3) ประชาชนมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของพระสงฆ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด มากสามอันดับแรก ได้แก่ พระสงฆ์วัดต่างๆควรมีการรณรงค์สนับสนุนอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนและจัดกิจกรรมในด้านการป้องกันยาเสพติดแก่เด็กเยาวชนและประชาชน และวัดต้องปลอดยาเสพติดเองด้วย พระสงฆ์ควรเทศนาสั่งสอนให้ประชาชนเข้าใจหลักธรรม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินวิถีชีวิตปัจจุบันได้อย่างจริงจัง พระสงฆ์วัดต่างๆควรมีการส่งเสริมให้เด็กเยาวชนในชุมชนได้เข้าใจถึงความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นและมีความหวงแหนในมรดกศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพชน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กตทีโป(อุ่นเจริญ) พ., พื้นชมภู ด., & เกียรติเจริญ ผ. ด. ส. (2018). ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของพระสงฆ์ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 8(1), 77–87. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJMBU/article/view/194925
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คะนึงนิตย์ จันทบุตร และสุบรรณ จันทบุตร. (2545). หลักการบริหารและการจัดการวัดในยุคโลกาภิวัตน์. กรุงเทพมหานคร : พริกหวานกราฟฟิค.

พระมหาบัว ปิยวณฺโณ. (2549). การจัดระเบียบสังคมวัด. นนทบุรี : รุ่งโรจน์การพิมพ์.

พระมหาสุบรรณ นันทเพชร. (2553). ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อบทบาทด้านการสาธารณสงเคราะห์ของพระสังฆาธิการในเขตอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2537). สถาบันสงฆ์ในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.

สงวนศรี วิรัชชัย. (2547). จิตวิทยาสังคม. กรุงเทพมหานคร : ศึกษาพรการพิมพ์.