ผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงของสถาบันครอบครัวที่มีต่อผู้สูงอายุในชนบทอีสาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง “ผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงของสถาบันครอบครัวที่มีต่อผู้สูงอายุในชนบทอีสาน” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพปัจจุบันของครอบครัวและผู้สูงอายุ 2) ผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงของสถาบันครอบครัวที่มีต่อผู้สูงอายุ 3) แนวโน้มปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของครอบครัวกับผู้สูงอายุในอนาคต และ 4) การนำหลักพรหมวิหาร 4 มาประยุกต์ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกของครอบครัวกับผู้สูงอายุ โดยทำการศึกษาจากผู้สูงอายุกลุ่มตัวอย่าง ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ดุลพินิจ ใช้สูตรทาโร่ ยามาเน่ ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 393 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ ผู้วิจัยใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการออกสัมภาษณ์ และส่งแบบสัมภาษณ์ให้ผู้นำชุมชนช่วยแจกผู้สูงอายุและสมาชิกในครอบครัวตอบแล้วเก็บรวบรวมผู้วิจัยลงไปรับจากผู้นำชุมชนด้วยตัวเอง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และใช้สถิติค่าร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพปัจจุบันของครอบครัวและผู้สูงอายุในชนบทอีสานได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมหลายด้าน คือ รูปแบบของครอบครัวเปลี่ยนจากครอบครัวขยายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้นขนาดของครอบครัวเล็กลง การอาชีพเปลี่ยน ไปทำงานต่างถิ่นมากขึ้น บรรยากาศในครับครัวที่เคยอบอุ่นมีสมาชิกอยู่พร้อมเพรียงกันกลับเงียบเหงา เหลือแต่ผู้สูงอายุและเด็ก แต่แม้ว่าครอบครัวจะเปลี่ยนไปก็ตาม ผู้สูงอายุยังคงพึงพอใจกับวิถีชีวิตในวัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่ การปรับตัวเปลี่ยนแปลงก็มีน้อยมาก
2. ผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงของสถาบันครอบครัวที่มีต่อผู้สูงอายุ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ ซึ่งเป็นผลกระทบในเชิงลบมากกว่าเชิงบวกต่อผู้สูงอายุ
3. แนวโน้มปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของครอบครัวกับผู้สูงอายุในอนาคต ความคาดหมายของผู้สูงอายุเกี่ยวกับแนวโน้มปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของครอบครัวกับผู้สูงอายุในอนาคต ส่วนใหญ่เห็นว่าในอนาคตภาวะเศรษฐกิจจะตึงตัวยิ่งขึ้น การไปทำงานไกลบ้านจะมีมากขึ้น และเห็นว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยึดถือความสำคัญของระบบเครือญาติจะเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกของครอบครัวกับผู้สูงอายุให้คงอยู่ต่อไป
4. การนำหลักพรหมวิหาร 4 มาประยุกต์ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกของครอบครัวกับผู้สูงอายุ พบว่า สมาชิกในครอบครัวทุกคนยึดถือหลักธรรมเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะพัฒนาตนเองก่อนที่จะออกใช้ชีวิตในสังคมที่มีปัญหามากมาย การยึดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจะเป็นตัวกำหนดกรอบการประพฤติปฏิบัติของสมาชิกในครอบครัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นพวรรณ หาญพล. (2535). ความสัมพันธ์ระหว่างสัมพันธภาพในครอบครัว ประสบการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในชีวิตกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
เพ็ญแข ประจนปัจจนึก และ อ้อมเดือน สดมณี. (2529). การยึดหลักทางศาสนาในการดำรงชีวิตของชาวชนบทไทยและแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลง. รายงานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ และโยธิน สว่างดี. (2536). การสนทนากลุ่ม : เทคนิคการวิจัยเชิงคุณภาพการวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สมาคมวิจัยเชิงคุณภาพแห่งประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศรีน้อย มาศเกษม. (2532). พฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้สูงอายุในชนบทอีสาน ศึกษา ณ หมู่บ้านตำบล โนนคอม กิ่งอำเภอภูผ่าม่าน จังหวัดขอนแก่น. วารสารศรีนครินทร์เวชสาร. 4(4). 266-274.
ศิริลักษณ์ จันทร์น้อย. (2528). ความสัมพันธ์ระหว่างภาพเกี่ยวกับตนเองกับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนของผู้สูงอายุในอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.