บทบาทผู้นำทางการเมืองภาคประชาสังคม : กรณีศึกษา พิภพ ธงไชย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้วัตถุประสงค์ 1)เพื่อศึกษาการก่อตัว ขั้นตอน กลไก และกระบวนการของการเคลื่อนไหวของผู้นำภาคประชาสังคมในประเทศไทย 2)เพื่อศึกษาบทบาท พิภพ ธงไชย ในฐานะผู้นำทางการเมืองภาคประชาสังคม ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาเอกสารและทำการสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องและเป็นผู้มีความใกล้ชิดกับนายพิภพ ธงไชย ทั้งในทางตรงและทางอ้อม จำนวน 8 ท่าน วิเคราะห์และสังเคราะห์ผลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา เพื่อนำมาสรุปผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์
ผลการวิจัยพบว่า 1. การก่อตัวของการเคลื่อนไหวผู้นำภาคประชาสังคมในประเทศไทยมีสาเหตุหลักๆ มาจากความไม่เท่าเทียมและความเลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นระหว่างประชาชนกับประชาชนด้วยกันเองหรือระหว่างประชาชนกับภาครัฐ อุดมการณ์ในการต่อสู้และท้าทายต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรมและมีผู้นำภาคประชาชนที่ทำงานในเชิงขบวนการประชาชนด้านขั้นตอนการเคลื่อนไหวของผู้นำภาคประชาสังคมในประเทศไทย มีอยู่ 5 ขั้นตอนหลักๆ ซึ่งได้แก่ ค้นหาประเด็นปัญหาและวิเคราะห์สาเหตุของสภาพปัญหา วางแผนและกำหนดนโยบายในการแก้ปัญหา ดำเนินงานในการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา ได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินงานร่วมกัน และตอบสนองต่อความมุ่งหมายที่คาดหวังไว้ ทั้งนี้กลไกการเคลื่อนไหวของผู้นำภาคประชาสังคมในประเทศไทย ประกอบด้วย การใช้สถานการณ์เป็นตัวกำหนด ใช้ช่องทางการสื่อสารหรือพื้นที่สื่อมวลชนต่างๆ และ การใช้สร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อน สำหรับกระบวนการของการเคลื่อนไหวผู้นำภาคประชาสังคมในประเทศไทย ใช้ 4 กระบวนการหลัก ได้แก่ กระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน กระบวนการเคลื่อนไหวของประชาชน กระบวนการเรียกร้องผ่านยุทธวิธีในการกดดันให้รัฐสนใจแก้ปัญหา และกระบวนการสันติภาพ 2. บทบาท พิภพ ธงไชยที่ใช้เป็นตัวแทนการศึกษาในฐานะผู้นำทางการเมืองภาคประชาสังคม สะท้อนถึงผู้นำภาคประชาสังคม ดังนี้ 1)มุ่งเน้นถึงอุดมการณ์ ความเท่าเทียม และเปิดโอกาสการยกระดับความรู้การศึกษาผ่าน ปรัชญาความคิดด้านคุณธรรมความดี 2)มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาสังคม โดยเฉพาะในการทำงานเพื่อสังคมมาอย่างยาวนานจนเป็นผู้นำภาคประชาสังคม 3)มีฐานความรู้ในการวิเคราะห์ประเด็นปัญหา มีหลักการและยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนที่ได้จากการสั่งสมความรู้ควบคู่มากับอุดมการณ์อย่างมากมาย 4)เป็นผู้ที่มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งบทบาทที่โดดเด่นที่สุด คือ การเป็นผู้นำที่มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและ 5)เป็นผู้มุ่งเน้นไปที่การลงมือทำสะท้อนได้จากบทบาทของการเป็นนักคิด นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวผลักดัน ตลอดจนการเป็นนักวิพากษ์วิจารณ์ปรากฏการณ์ทางสังคม
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จักรีศรี จารุเมธีญาณ และพระถนัด วฑฺฒโน. (2560). ภาวะผู้นำกับการพัฒนาชุมชน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร. 6(พิเศษ). 528-538.
นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์. (2551). โน้ตย่อผู้บริหาร. พิมพ์ครั้งที่ 3. เชียงใหม่ : Orange Group Tactics Design.
รุ้งนภา ยรรยงเกษมสุข. (2560). ความเป็นพลเมืองของผู้นำองค์กรภาคประชาสังคม. วารสารเศรษฐศาสตร์การเมืองบูรพา. 5(2). 1-26.
วิเชียร บุราณรักษ์. (2548). ขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชน ศึกษากรณี : กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดอุดรธานี. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ศาสตรินตร์ ตันสุน.(2558). การศึกษาการเคลื่อนไหวทางสังคมของกลุ่มผู้ชุมนุม “กปปส.”
ด้วยแนวคิดพื้นที่สาธารณะและภาคประชาสังคม. วารสารรัฐศาสตร์ปริทรรศน์. 2(1). 82-96.
สถาพร ปิ่นเจริญ. (2554). ภาวะผู้นำกับการจัดการ(Leadership and Management). กรุงเทพมหานคร : จามจุรีโปรดักท์.
สุลักษณ์ ศิวรักษ์. (2548). การมีสถาบันกษัตริย์ถูกกว่ามีประธานาธิบดี. วารสารฟ้าเดียวกัน. 3(4). 47-52.
เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. (2536). ภาวะผู้นำ. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
อัญมณี วัฒนรัตน์. (2556). ภาวะผู้นำแบบพัฒนาการจัดการความสุขแบบเป็น-อยู่-คือ และความสุขในการทำงานกรณีศึกษา: องค์การสร้างสุข. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ. คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
อานันท์ ปันยารชุน. (2540). วิสัยทัศน์กว้างไกลปฏิบัติได้ผลจริงในสงวน. กรุงเทพมหานคร : พิมไทย.