นาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ : พุทธบูชาปารมี

Main Article Content

อินทิรา พงษ์นาค
จินตนา สายทองคำ
รัจนา พวงประยงค์

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อออกแบบกระบวนท่ารำ ผลงานสร้างสรรค์ ชุด พุทธบูชาปารมี 2)เพื่อสร้างองค์ประกอบการแสดงผลงานสร้างสรรค์ ชุด พุทธบูชาปารมีโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ จากการศึกษาเอกสารและภาคสนาม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสังเกตและแบบสัมภาษณ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ สัมภาษณ์ผู้รู้จำนวน 16 คน ผู้ปฏิบัติ 10 คน บุคคลทั่วไปจำนวน 20 คน และนำผลงานการวิจัยด้วยวิธีพรรณนาวิเคราะห์


         ผลการวิจัยพบว่า 1. การออกแบบกระบวนท่ารำพุทธบูชาปารมี เป็นการนำเสนอนาฏศิลป์ไทยในรูปแบบระบำยุคสมัยทวารวดีผสมผสานศิลปะอินเดีย สื่อความหมายถึงการบูชาพระพุทธรูปสัญลักษณ์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามหลักพระพุทธศาสนาเถรวาท “อามิสบูชา” คือการบูชาด้วยดอกไม้ (ดอกบัว) ผู้แสดงเป็นชาย และหญิง จำนวน 10 คน การแสดงแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 สักการะบูชา ช่วงที่ 2 พุทธาประทานพร และช่วงที่ 3 เฉลิมฉลองพุทธปารมี การสร้างสรรค์กระบวนท่ารำ ใช้หลักการออกแบบท่ารำ 3 ลักษณะได้แก่ 1)การเลียนแบบท่ารำจากประติมากรรม จิตรกรรม 2)จินตนาการตามแนวคิด “ทวารวดี(มอญ) ผสมผสานศิลปะอินเดีย(แขก) และ 3)สร้างสรรค์กระบวนท่ารำใหม่ผสมผสานท่ารำมาตรฐาน 2. สำหรับการสร้างองค์ประกอบการแสดงมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่   1)บทร้องทำนองเพลงดนตรี 2)ผู้แสดง 3)เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ 4)อุปกรณ์ประกอบการแสดง 5)การใช้พื้นที่เวทีและการแปรแถว ส่วนการประเมินคุณภาพผลงานสร้างสรรค์ ชุด พุทธบูชาปารมี  โดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า ผลงานสร้างสรรค์ ชุด พุทธบูชาปารมี มีคุณภาพ สมบูรณ์ สวยงาม สอดคล้องตามแนวคิดของการสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีสุนทรียะทางด้านนาฏศิลป์ดนตรี

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พงษ์นาค อ., สายทองคำ จ., & พวงประยงค์ ร. (2022). นาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ : พุทธบูชาปารมี. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 11(2), 96–109. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJMBU/article/view/247966
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงวัฒนธรรม. (2561). พระพุทธศาสนา. สืบค้นเมื่อ 25 มีนาคม 2563. จาก http://www.m-culture.go.th/

เจนจบ ยิ่งสุมล. (2543). พระพุทธรูปสำคัญในเมืองไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น.

เชษฐ์ ติงสัญชลี. (2553). ลวดลายในศิลปะทวารวดี: การศึกษา “ที่มา”และการตรวจสอบกับศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ-วกาฏกะ. นครปฐม : สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ญาณภัทร ยอดแก้ว และแพรภัทร ยอดแก้ว. (2553). การศึกษาวิเคราะห์คุณค่าแท้และคุณค่าเทียมของการบูชาพระพุทธรูปในสังคมไทย. การประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน ครั้งที่ 7. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน. 7-8 ธันวาคม 2553. 1257–1271.

ณัฏฐนันท์ จันนินวงศ์. (2556). การออกแบบลีลานาฏศิลป์ไทยของอาจารย์สุวรรณี ชลานุเคราะห์ ศิลปินแห่งชาติปี พ.ศ. 2533. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานาฏยศิลป์. คณะศิลปกรรมศาสตร์ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปรเมธ ศรีภิญโย, สนั่น ประเสริฐ, เทพพร มังธานี. (2560). การบูชาตามหลักพระพุทธศาสนาเถรวาท. การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 4 และนานาชาติ ครั้งที่ 2. มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น. 31 มีนาคม 2560. 1273-1284.

ผาสุข อินทราวุธ. (2530). พุทธศาสนาและประติมานวิทยา. กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ผาสุข อินทราวุธ. (2548). สุวรรณภูมิจากหลักฐานทางโบราณคดี. กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ผาสุข อินทราวุธ. (2551). Dvaravati Dharmacakra(ทวารวดีธรรมจักร). กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

พระเทพสุวรรณโมลี (สะอิ้ง สิรินนฺโท) ผู้ให้สัมภาษณ์. 10 กันยายน 2563. ณ วัดป่าเลไลย์ จังหวัดสุพรรณบุรี.

พระเทพโสภณ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2544). พระพุทธศาสนาในสถานการณ์โลกปัจจุบัน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พัชรินทร์ สันติอัชวรรณ. (2561). สุนทรียภาพในระบำโบราณคดี. วารสารจันทรเกษมสาร. 24(46). 20-25.

สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ. (2546). ดุริยางคศิลป์ไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุรพล วิรุฬห์รักษ์. (2547). หลักการแสดงนาฏศิลป์ปริทรรศน์. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.