การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูสังกัดโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ

Main Article Content

เอมอมร สายตำลึง
สุวัฒน์ จุลสุวรรณ์

บทคัดย่อ

           บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันสภาพที่พึงประสงค์ความต้องการจำเป็น 2) เพื่อพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูสังกัดโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ดำเนินการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เป็นการศึกษาสภาพปัจจุบันสภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนภาษาอังกฤษ จำนวน 86 คน โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 10 โรงซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ  มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ ตั้งแต่ 0.27-0.92 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 เป็นการพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูโดยการศึกษาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ จากโรงเรียนต้นแบบ จำนวน 3 โรง ซึ่งทำการสัมภาษณ์ผู้บริหารและครู จำนวน 6 คน และประเมินโปรแกรมโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เป็นแบบสัมภาษณ์ชนิดกึ่งโครงสร้าง จำนวน 4 ข้อ และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้เป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 8 ข้อสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


           ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูพบว่าสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูโดยรวมอยู่ในระดับมาก และมากที่สุดส่วนความต้องการจำเป็นในการพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูพบว่า ด้านการวัดและประเมินผล มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนามากที่สุดรองลงมาคือ ด้านสื่อการเรียนการสอน และด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ตามลำดับ 2. ผลการพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูสังกัดโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ พบว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 ส่วน คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา ประกอบด้วย 4 Module ได้แก่ Module 1 ด้านหลักสูตร Module 2 ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน Module 3 ด้านสื่อการเรียนการสอน และ Module 4 ด้านการวัดและประเมินผล 4) วิธีการพัฒนา และ 5) การประเมินผล และผลการประเมินโปรแกรมโดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่า โปรแกรมมีความเหมาะสมโดยรวมทุกส่วนอยู่ในระดับมากที่สุดและมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สายตำลึง เ., & จุลสุวรรณ์ ส. (2023). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับครูสังกัดโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 12(2), 157–169. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJMBU/article/view/270053
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพมหานคร : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

จีรพัชร บุญยพรหม. (2560). การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารออนไลน์ด้วยตนเอง ของผู้เรียนระดับอาชีวศึกษาในจังหวัดขอนแก่นเพื่อเตรียมเข้าสู่ตลาดแรงงาน. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน.

ไท คำล้าน. (2551). การพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำทางสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

นุดจนาจ สัพโส. (2561). การพัฒนาโปรแกรมพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาส์น.

ปรัชญา เวสารัชช์. (2554). หลักการจัดการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ภาพพิมพ์.

ปราณปรียา ผ่องจิต. (2562). การพัฒนาแนวทางพัฒนาครูในการจัดกระบวนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ยนต์ ชุ่มจิต. (2550). ความเป็นครู. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : โอ.เอสพริ้นติ้งเฮ้าส์.

วรรณา ช่องดารากุล. (2558). นวัตกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร : รุ่งเรืองธรรม.

สถาบันภาษาอังกฤษ. (2557). เอกสารประการอบรมวิธีการสอนแบบการสื่อสารในชั้นเรียน(Communicative Oral Language in the Classroom). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). สภาวะการศึกษาไทยปี 2559-2560 แนวทางการปฏิรูปการศึกษาไทยเพื่อก้าวสู่ยุค Thailand 4.0. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2562). รายงานการประเมินตนเอง (SAR). กรุงเทพมหานคร : สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2553). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2554). หลักการ ทฤษฎีและแนวทางปฏิบัติทางการบริหารการศึกษา. มหาสารคาม : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

อริสรา ธนาปกิจ. (2555). อังกฤษพ้นกรอบ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร : เวิร์คพอยท์.

อรุณี วิริยะจิตรา. (2554). เหลียวหลังแลหน้าการสอนภาษาอังกฤษ. กรุงเทพมหานคร : บริษัท ส เอเชีย เพรส (1989) จำกัด.

Finocchiaro, M. and Bonomo, M. L. (1973). Foreign Language Learners : A Guide for Teacher. New York : Regents Publishing Company Inc.

Robin, R. (2014). Blended Learning for Leadership. North Carolina : Center for creative leadership white paper.