ความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

Main Article Content

จุฑารัตน์ บัวจันทร์
จิดาภา ถิรศิริกุล
ชาญชัย จิตรเหล่าอาพร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ และ 3) เพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะให้การส่งเสริมความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ งานวิจัยนี้เป็นการเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ อายุ 20-60 ปี จำนวน 361 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลจากประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ อายุ 20-60 ปี จำนวน 361 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน


ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ในระดับปานกลาง 2) ปัจจัยส่วนบุคคล เพศ ช่วงอายุ ช่วงอายุ รายได้ครอบครัว และอาชีพแตกต่างกัน ความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่แตกต่างกัน ไม่เป็นไปตามสมมติฐาน ขณะที่ระดับการศึกษา แตกต่างกัน ความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ แตกต่างกัน เป็นไปตามสมมติฐาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน สำหรับปัจจัยการกล่อมเกลาทางสังคม บทบาทด้านสถาบันการศึกษา บทบาทด้านสื่อมวลชน และบทบาทด้านองค์กรศาสนามีผลเชิงบวกต่อความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน และ 3)ข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองในชุมชน การสร้างความเชื่อมั่นในรัฐบาล บทบาทของกลุ่มเพื่อสถาบันการศึกษา ครอบครัว สื่อมวลชน และองค์กรศาสนา โดยมุ่งเน้นการเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืนในระบบประชาธิปไตย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บัวจันทร์ จ., ถิรศิริกุล จ., & จิตรเหล่าอาพร ช. (2025). ความคิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 14(1), 14–26. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJMBU/article/view/278426
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2546). การปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : กระทรวงมหาดไทย.

จินตนา พัฒนาวงศ์. (2564). อิทธิพลของสื่อมวลชนต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในพื้นที่ชนบท. วารสารการเมืองและสื่อสารมวลชน. 15(2). 75-90.

นัยนา ชาประสิทธิ์ และพวงทอง อินใจ. (2566). การเสริมสร้างความรู้ประชาธิปไตยและประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมให้กับเยาวชน. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม. 7(8). 95-106.

พระนัสชนะ ส่างช้าง และเกษฎา ผาทอง. (2567). การพัฒนาการจัดการทางการเมืองสมัยใหม่ด้วยพลังบ้านวัดโรงเรียนในยุคดิจิทัล. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 7(3). 1470-1486.

ไพฑูรย์ มาเมือง. (2565). ทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของประชาชนในเทศบาลเมืองชุมแพจังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยศรีล้านช้าง. 2(7). 1-9.

ราชกิจจานุเบกษา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก วันที่ 6 เมษายน 2560.

วัชรมน จันรอง. (2567). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในระดับท้องถิ่น. วารสารวิชาการสังคมศาสตร์สมัยใหม่ (Online). 1(4). 1-13.

วิชัย สุขเจริญ. (2563). การพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระดับชุมชน: ศึกษากรณีชุมชนเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิจัยสังคมศาสตร์. 22(3). 45-60.

ศราวุธ บินหมัดหนี สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา และสุปรีชา ชำนาญพุฒิพร. (2567). การกล่อมเกลาทางการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตตำบลพะวงอำเภอเมืองจังหวัดสงขลา. วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน. 5(3). 206-218.

สมชาย สังข์ทอง. (2565). บทบาทของครอบครัวในการกล่อมเกลาทางการเมือง: ศึกษากรณีเมืองใหญ่ในภาคกลาง. วารสารรัฐศาสตร์และการบริหารรัฐกิจ. 19(1). 112-130.

สุขาวดี วังคำ สมจิต ขอนวงค์ และสายัณห์ อินนันใจ. (2567). การส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองระบอบประชาธิปไตยในการเลือกตั้งของประชาชนตำบลเวียงทองอำเภอสูงเม่นจังหวัดแพร่. วารสาร มจร โกศัย ปริทรรศน์. 2(1). 40-51.