แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3

Main Article Content

เฟื่องฟ้า ผ่านแสนเสาร์
พนายุทธ เชยบาล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) หาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 แบ่งการดำเนินการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 ตามกรอบเนื้อหา ประกอบด้วย 1) การมีวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลง 2) การมีความคิดสร้างสรรค์ 3) การทำงานเป็นทีมและมีส่วนร่วม 4) การบริหารความเสี่ยง และ 5) การสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม  กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 130 คน ได้มาจากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ไปใช้การศึกษาองค์ประกอบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 มีความเชื่อมั่นเท่ากับ .914 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ และร้อยละ ระยะที่ 2 หาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 ผู้ให้ข้อมูลมาจากการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 9 คนได้แก่ 1) ผู้บริหารการศึกษา จำนวน 3 คน 2) ผู้บริหารสถานศึกษา  จำนวน 3 คน และศึกษานิเทศก์ หรือบุคลที่มีความรู้ด้านนวัตกรรม จำนวน 3 คน เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา


ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ด้าน คือ ด้านการมีวิสัยทัศน์การ และด้านการมีความคิดสร้างสรรค์กับด้านการสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรมเท่ากัน ส่วนอีก 2 ด้านอยู่ในระดับมาก คือ ด้านการทำงานเป็นทีมและมีส่วนร่วมและด้านการบริหารความเสี่ยง 2. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3 ใน 5 ด้าน ได้แก่ 1) การมีวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลง 2) การมีความคิดสร้างสรรค์ 3) การทำงานเป็นทีมและมีส่วนร่วม 4) การบริหารความเสี่ยง และ 5) การสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม ทั้งหมด 24 แนวทาง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ผ่านแสนเสาร์ เ., & เชยบาล พ. (2025). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 14(2), 12–23. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJMBU/article/view/280000
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). รายงานการพัฒนาการศึกษาในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : กระทรวงศึกษาธิการ.

กุลชลี จงเจริญ. (2562). การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กร. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์การพัฒนา.

ชลกร ตันประภัสร์. (2556). ทักษะการคิดและการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์การศึกษา.

ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี. (2561). กลยุทธ์การพัฒนาองค์กรในยุคใหม่. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์การพัฒนา.

ฐิตินันท์ นันทะศรี. (2563). การบริหารจัดการในองค์กรยุคใหม่. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์การจัดการ.

บุญช่วย สายราม. (2561). การพัฒนาชุมชนและการจัดการทรัพยากร. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์การพัฒนา.

ปวีณา กันถิน. (2560). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์การศึกษา.

พลธาวิน วัชรทรธำรงค์. (2565). การพัฒนาภาวะผู้นำนวัตกรรมสำหรับผู้บริหารองค์กร. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์การบริหาร.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3. (2567). รายงานผลการดำเนินงานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา. สกลนคร : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). รายงานการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). รายงานการพัฒนาการศึกษาในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สำนักนายกรัฐมนตรี. (2561). รายงานผลการดำเนินงานภาครัฐ. กรุงเทพมหานคร : สำนักนายกรัฐมนตรี.

อมรรัตน์ เดชะนอก. (2563). การพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์การศึกษา.

อรพิน อิ่มรัตน์. (2561). นวัตกรรมการศึกษาและการจัดการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Hunter, S. T., & Cushenbery, L. (2011). Innovation leadership: A new leadership competency. Journal of Applied Psychology. 96(1). 113-124.