การประเมินหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและประเมิน โดยประยุกต์ใช้เกณฑ์การประกันคุณภาพระดับหลักสูตร AUN – QA

ผู้แต่ง

  • ฟารีดา หีมอะด้ำ, 6852279 มหาวิทยาลัยทักษิณ

คำสำคัญ:

การประเมินหลักสูตร, หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต, การวิจัยและประเมิน, การประกันคุณภาพของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัย และประเมินโดยประยุกต์ใช้เกณฑ์การประกันคุณภาพระดับหลักสูตร AUN-QA มาเป็นแนวทางในการประเมินคุณภาพของหลักสูตรโดยมุ่งประเมินตามเกณฑ์ 11 เกณฑ์ ดังนี้  1) ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  2) รายละเอียดของหลักสูตร  3) โครงสร้างและเนื้อหาของหลักสูตร 4) การจัดการเรียนและการสอน  5) การประเมินผู้เรียน  6) คุณภาพบุคลากรสายสนับสนุน – เจ้าหน้าที่  7) คุณภาพบุคลากรสายวิชาการ - อาจารย์ผู้สอน 8) คุณภาพผู้เรียนและการสนับสนุน 9) สิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน 10) การเสริมสร้างคุณภาพ และ 11) ผลผลิตโดยมีแหล่งข้อมูลการวิจัย ได้แก่  อาจารย์และคณะกรรมการจัดทำหลักสูตร สาขาวิชาการวิจัยและประเมิน จำนวน 10 คนศิษย์เก่า (มหาบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา) สาขาวิชาการวิจัย และประเมิน  คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณตั้งแต่ พ.ศ 2556 – 2559 จำนวน 93 คน  นิสิตปัจจุบัน สาขาวิชาการวิจัยและประเมิน ที่กำลังศึกษาอยู่และ อยู่ในระหว่างการทำวิทยานิพนธ์ในปีการศึกษา 2559 จำนวน 52 คน และผู้ใช้บัณฑิตสาขาวิชาการวิจัยและประเมิน จำนวน 10 คนโดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling)

เครื่องมือการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการพรรณนาวิเคราะห์เนื้อหา ความคิดเห็นที่มีต่อหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและประเมิน ซึ่งการตัดสินผลการประเมินเป็นไปตามเกณฑ์ AUN - QA 7 ระดับ

ผลการวิจัยพบว่า

  1. การประเมินผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับเกณฑ์ AUN - QA อยู่ในระดับ 3 คือ คุณภาพไม่เพียงพอ แต่มีการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาเพียงเล็กน้อย สามารถทำให้มีคุณภาพเพียงพอได้ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนา เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสนับสนุนการประกันคุณภาพและมีผลการประเมิน ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  2. การประเมินรายละเอียดของหลักสูตร พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับเกณฑ์AUN - QA อยู่ในระดับ 3 คือ คุณภาพไม่เพียงพอ แต่มีการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้มีคุณภาพเพียงพอได้ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนาเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสนับสนุนการประกันคุณภาพ และมีผลการประเมิน ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  3. 3. การประเมินโครงสร้างและเนื้อหาของหลักสูตร พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับเกณฑ์ AUN - QA อยู่ในระดับ 3 คือ คุณภาพไม่เพียงพอ แต่มีการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้มีคุณภาพเพียงพอได้ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนา เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสนับสนุนการประกันคุณภาพและมีผลการประเมิน ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  4. การประเมินการจัดการเรียนและการสอน พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับเกณฑ์ AUN - QA อยู่ในระดับ 4 คือ คุณภาพเพียงพอตามที่คาดหวัง มีการดำเนินการของหลักสูตรตามเกณฑ์ ผลการประกันคุณภาพแสดงผลลัพธ์ได้อย่างสมบูรณ์ และมีผลการประเมิน ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  5. การประเมินผู้เรียน พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับเกณฑ์ AUN - QA อยู่ในระดับ 3 คือ คุณภาพไม่เพียงพอ แต่มีการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้มีคุณภาพเพียงพอได้ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนา เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสนับสนุนการประกันคุณภาพ และมีผลการประเมิน ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  6. การประเมินคุณภาพบุคลากรสายวิชาการ-อาจารย์ผู้สอน พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับเกณฑ์ AUN - QA อยู่ในระดับ 2 คือ คุณภาพยังไม่เพียงพอ มีการปฏิบัติงาน ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนงาน ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนาผลการประกันคุณภาพที่แสดงผลน้อยและมีผลการประเมิน ไม่ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  7. การประเมินคุณภาพบุคลากรสายสนับสนุน- เจ้าหน้าที่ (Support Staff Quality) พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับเกณฑ์ AUN - QA อยู่ในระดับ 2 คือ คุณภาพยังไม่เพียงพอ มีการ ปฏิบัติงานยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนงาน ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนาผลการประกันคุณภาพที่แสดงผลน้อย และมีผลการประเมิน ไม่ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  8. การประเมินคุณภาพผู้เรียนและการสนับสนุน (Student Quality and Support) พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับเกณฑ์ AUN - QA อยู่ในระดับ 3 คือ คุณภาพไม่เพียงพอ แต่มีการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้มีคุณภาพเพียงพอได้ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนา เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสนับสนุนการประกันคุณภาพ และมีผลการประเมินผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  9. การประเมินสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน (Facilities and Infrastructure) พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับเกณฑ์ AUN - QA อยู่ในระดับ 3 คือ คุณภาพไม่เพียงพอแต่มีการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้มีคุณภาพเพียงพอได้ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนา เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสนับสนุนการประกันคุณภาพ และมีผลการประเมิน ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  10. การประเมินการเสริมสร้างคุณภาพ (Quality Enhancement) พบว่า มีความเหมาะสมเมื่อเทียบกับเกณฑ์ AUN - QA อยู่ในระดับ 2 คือ คุณภาพยังไม่เพียงพอ มีการปฏิบัติงาน ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนงาน ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนาผลการประกันคุณภาพที่แสดงผลน้อยและมีผลการประเมิน ไม่ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร
  11. การประเมินผลผลิต (Output) พบว่า มีความเหมาะสม เมื่อเทียบกับ AUN- QA อยู่ในระดับ 3 คือ คุณภาพไม่เพียงพอ แต่มีการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้มีคุณภาพเพียงพอได้ตามหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐานควรปรับปรุง หรือพัฒนา เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสนับสนุนการประกันคุณภาพ และมีผลการประเมิน ผ่าน เมื่อเทียบกับคะแนนค่าเป้าหมายของหลักสูตร

เอกสารอ้างอิง

ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย. (2557).คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา CUPTQA ฉบับปีการศึกษา 2557(พิมพ์ครั้ง1).กรุงเทพฯ.
ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย. (2559).คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา CUPT QA ฉบับปีการศึกษา 2558-2560. กรุงเทพฯ.
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล. (2558, เมษายน). “การศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์ (Outcome-based Education)โดยผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-Centered) และใช้โครงงานเป็นฐานในการเรียนรู้(Project-based Learning),”Active – Based Learning : What, Why and How?” and“Workshop : Howto Implement Active – Based Learning in Your Classroom ?.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พิษณุ ฟองศรี. (2551). การประเมินทางการศึกษาแนวคิดสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : เทียมฝ่าการพิมพ์.
พูนสุข อุดม. (2556). เอกสารประกอบการสอนการพัฒนาหลักสูตร(Curriculum Development) (0308321).สงขลา: สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
พูนทรัพย์ เกตุวีระพงศ์ & ชลธิชา จิรภัคพงศ์ . (2554).การประเมินหลักสูตรสาขาวิชารัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่. แพร่: มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
พรทิพย์ ไชยโส ,ฉัตรศิริปิยะพิมลสิทธิ์, พิกุล เอกวรางกูร วารุณี ลัภนโชคดี & สุนทรา โตบัว.(2559,/กรกฎาคม –ธันวาคม).// “การประเมินและพัฒนาหลักสูตรศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและประเมินทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,”/ วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี,10(2),22-23.
ภัทธรพล มหาขันธ์. (2550). การประเมินหลักสูตรระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์
สาขาการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยศิลปากร. วิทยานิพนธ์ การศึกษาบัณฑิต.กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร
มหาวิทยาลัยทักษิณ.(2555).หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและประเมิน หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2555 คณะศึกษาศาสตร์.สงขลา :มหาวิทยาลัยทักษิณ
มหาวิทยาลัยทักษิณ.(2559).คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ ประจำฉบับปีการศึกษา 2558 ตามระบบประกันคุณภาพการศึกษา CUPT QA. สงขลา: มหาวิทยาลัยทักษิณ
ASEAN University Network. (2015). Guide to Assessment at programme Level (Version No.3.0).Bangkok :Chulalongkon University
LEADING INTERNATIONAL QUALITY STANDARD. (2559). AUN QA ASEAN University Network. Quality Assurance. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559, จาก http://qa.swu.ac.th/aunqa.html

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-26

รูปแบบการอ้างอิง

หีมอะด้ำ ฟ. (2018). การประเมินหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและประเมิน โดยประยุกต์ใช้เกณฑ์การประกันคุณภาพระดับหลักสูตร AUN – QA. วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ, 8(15), 77–100. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/HIKMAH/article/view/167827