การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการจัดการอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยสูงอายุ มุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ผู้แต่ง

  • สุนีย์ เฮะดือเระ, 6852279 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • กาญจ์สุนภัส บาลทิพย์, 6852279 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • เพลินพิศ ฐานิวัฒนานนท์, 6852279 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คำสำคัญ:

โปรแกรมส่งเสริมการจัดการอาการหายใจลำบาก, ผู้ป่วยสูงอายุมุสิลิม, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเพื่อพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการจัดการอาการอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยสูงอายุมุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง การศึกษาครั้งนี้ใช้แนวคิดหลัก 2 แนวคิด ประกอบด้วย แนวคิดการจัดการอาการของดอดด์และคณะ (2001) และแนวคิดวิถีมุสลิมกับการดูแลสุขภาพ ร่วมกับการทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะพัฒนาองค์ประกอบของโปรแกรม และการประเมินความเป็นไปได้ของโปรแกรม โดยการนำไปทดลองใช้กับผู้ป่วยสูงอายุมุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

            ผลการวิจัย พบว่า โปรแกรมส่งเสริมการจัดการอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยสูงอายุมุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยมีการดำเนินกิจกรรม จำนวน 8 สัปดาห์ โปรแกรมที่พัฒนาประกอบด้วย โปรแกรมส่งเสริมการจัดการอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยสูงอายุมุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งประกอบด้วย 1) แนวปฏิบัติการใช้โปรแกรม ซึ่งเป็นแนวทางการแนะนำการใช้และองค์ประกอบต่างๆของโปรแกรม 2) แผนการส่งเสริมการจัดการอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยสูงอายุมุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งเป็นแผนกิจกรรมในแต่ละสัปดาห์ที่ผู้ป่วยต้องร่วมกิจกรรม และ 3) คู่มือส่งเสริมการจัดการอาการหายใจลำบากสำหรับผู้ป่วยสูงอายุมุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง  โดยกิจกรรมดำเนินในช่วงระยะเวลา 8 สัปดาห์ ซึ่งมีทั้งหมด 6 กิจกรรม โดยผลการประเมินคุณภาพของโปรแกรมโดยการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา พบว่า โปรแกรมมีความถูกต้อง เหมาะสม สามารถนำไปใช้ได้ และการนำไปทดลองใช้กับผู้ป่วยสูงอายุมุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พบว่า โปรแกรมส่งเสริมการจัดการอาการหายใจลำบากเป็นโปรแกรมที่มีความเหมาะสมกับผู้ป่วยสูงอายุมุสลิม เนื่องจากมีความเหมาะสมกับผู้ป่วยสูงอายุ เป็นโปรแกรมที่ปฏิบัติได้ง่ายตามบริบทของผู้ป่วย หากมีการนำไปใช้โปรแกรมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ทั้งนี้ ควรนำโปรแกรมไปทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลกับจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้น

เอกสารอ้างอิง

กมล แก้วกิติณรงค์. (2552). Dyspnea: pulmonologist view point. ใน กมล แก้วกิติณรงค์, กมลวรรณ จุติวรกุล, และชุษณา สวนกระต่าย (บรรณาธิการ), Manual of medical diagnosis (หน้า 131-133). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กาญจนา สุขประเสริฐ. (2551). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการจัดการภาวะหายใจลำบากเรื้อรัง ด้วยตนเองในผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
จตุพร จักรเงิน.(2552). ผลของการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดแบทั่วไปและแบบประยุกต์ต่อสมรรถภาพการทำงานของปอดและความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
จันทิรา ชัยสุโกศล.(2552). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนและการสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายในผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
จุฬาภรณ์ คำพานุตย์.(2550). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการจัดการตนเองต่อการปฏิบัติการจัดการตนเองอาการหายใจลำบาก สมรรถภาพปอด และความวิตกกังวลในผู้สูงอายุที่มีภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี
จีราภรณ์ พรมอินทร์.(2551). ผลของโปรแกรมการจัดการกับอาการหายใจลำบากต่อการกลับเข้ารับรักษาซ้ำและความพึงพอใจในการดูแลของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
จอม สุวรรณโณ, และ จุก สุวรรณโณ. (2550). ผลของปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ลักษณะความ
เจ็บป่วย แหล่งประโยชน์ส่วนบุคคลต่อความรุนแรงของอาการหายใจลำบากในผู้ป่วย
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารสภาการพยาบาล, 22 (2), 99-111.
จอม สุวรรณโณ, จุก สุวรรณโณ, และลัดดา จามพัฒน์. (2552). ปัจจัยด้านอาการหายใจเหนื่อยหอบ
สมรรถนะการทำงานของปอด และความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในการทำนายภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อ. Rama Nursing Journal, 5(1), 127-140.
จุก สุวรรณโณ. (2549). ประสบการณ์อาการหายใจลำบาก การจัดการกับอาการ และผลลัพธ์ในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
ชายชาญ โพธิรัตน์.(2550). โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. ใน นิธิพัฒน์ เจียรกุล (บรรณาธิการ), ตำราโรคระบบทางเดินหายใจ (พิมพ์ครั้งที่ 2, หน้า 408-443). กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์
ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล.(2540). ตำราอายุศาสตร์อาการวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ศุภวนิชการพิมพ์
ณัชชา กิ่งคำ.(2550). ผลของโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดต่อสมรรถภาพการทำงานของปอด ความสามารถในการออกกำลังกายอาการหายใจลำบากและความพึงพอใจในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังโรงพยาบาลพระยืน จังหวัดขอนแก่น. การค้นคว้าแบบอิสระพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น.
ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ. (2541). ผลการใช้ อีเอ็มจีไบโอฟีดแบคร่วมกับการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
แบบโพรเกรสลิพต่อความวิตกกังวล การรับรู้สมรรถนะของตนในการควบคุมอาการหายใจลำบาก ความทนทานในการออกกำลังกาย อาการหายใจลำบาก และสมรรถภาพปอดในอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล, กรุงเทพมหานคร.
ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ.(2554). การพยาบาลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. ใน ปราณี ทู้ไพเราะ,
และคณะ (บรรณาธิการ), การพยาบาลอายุรศาสตร์ 2 (หน้า 17-43). กรุงเทพมหานคร: เอ็นพีเพรส.
ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ, ละเอียด จารุสมบัติ, จารุวรรณ รัตนมงคลกุล, วิรัตน์ โพคะรัตน์ศิริ, และ เวทิส ประทุมศรี.(2553). ภาวะซึมเศร้าและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารพยาบาลศาสตร์, 28(2), หน้า 67-76.
ดำรง แวอาลี.(2548). การเยียวยาจิตใจด้านอิสลาม. สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข. (กรุงเทพมหานคร; โรงพิมพ์โอ. เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์.
ทรงขวัญ ศิลารักษ์. (2542). อาการหอบเหนื่อย. ในกาญจนา จันทร์สูง, สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ, วัชรา บุญสวัสดิ์ (บรรณาธิการ), อาการวิทยาทางอายุรศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่, หน้า 203-204). ขอนแก่น: ภาควิชาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ทศพล ลิ้มพิจารณ์กิจ, และครรชิต ลิขิตธนสมบัติ.(2551). อาการหายใจลำบากเฉียบพลัน. ใน ทศพล ลิ้มพิจารณ์กิจ (บรรณาธิการ), อายุรศาสตร์ฉุกเฉิน (พิมพ์ ครั้งที่ 2 หน้า 51-64). กรุงเทพมหานคร: บริษัท บียอนด์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด.
ทีปภา พุดปา.(2551). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนและการสนับสนุนทางสังคมในการออกกำลังกายต่อความสามารถในการทำหน้าที่ของร่างกายและอาการหายใจลำบากในผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
ธิติภรณ์ ยอเสน. (2554). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อความสามารถในการทำหน้าที่ของร่างกาย และการหายใจลำบากในผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง.วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
นวลจันทร์ พิมพ์รักษา. (2550). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความสามารถในการดูแลตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลภาวะหายใจลำบากและสมรรถภาพปอดในผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง. การค้นคว้าแบบอิสระพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น.
นภารัตน์ อมรพุฒสถาพร. (2553). ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. ใน วสันต์ สุเมธกุล และคณะ (บรรณาธิการ). ปัญหาทางอายุรศาสตร์ในเวชปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 1, หน้า 234-352). กรุงเทพฯ: ออฟเซ็ท.
นูรีซัน กะรียอ.(2557). ผลของการใช้โปรแกรมสนับสนุนการเลิกบุหรี่ต่อพฤติกรรมการเลิกบุหรี่ในผู้สูงอายุ มุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. สารนิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
นันธิยา ไพศาลบวรศรี. (2550). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความสามารถในการจัดการภาวะหายใจลำบากเรื้อรังด้วยตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
เบญจมาศ ช่วยชู. (2551). สรีรวิทยาระบบทางเดินหายใจ. ใน นิธิพัฒน์ เจียรกุล (บรรณาธิการ), ตำราโรคระบบการหายใจ (พิมพ์ครั้งที่ 2, หน้า 20-38). กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ์.
เบญจมาศ ช่วยชู. (2556). โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. ใน นิธิพัฒน์ เจียรกุล (บรรณาธิการ), ตำราอายุรศาสตร์ทั่วไป (หน้า 296-317). กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ์.
เบญจวรรณ์ ถิ่นเครือจีน. (2554). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการอาการหายใจลำบากต่อความสามารถในการทำหน้าที่ของร่างกายในผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. การค้นคว้าแบบอิสระพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
เบญจมาศ ช่วยชู. (2555). โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. ใน อภิรดี ศรีวิจิตร, วันชัย เดชสมฤทธิ์ฤทัย, และ
รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ (บรรณาธิการ), อายุรศาสตร์ทันยุค 2555 (หน้า 36-49). กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ์.
พิมพ์ใจ คงกาล. (2551). การสนับสนุนของครอบครัว พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ความรุนแรงของโรค และภาวะโภชนาการของผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง.วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
พูนเกษม เจริญพันธ์. (2545). ลักษณะทางเวชกรรมและการวินิจฉัยในการบำบัดระบบการหายใจ
(Clinical diagnosis in respiratory care) ใน สุมาลี เกียรติบุญศรี (บรรณาธิการ), การดูแลรักษาโรคระบบทางเดินหายใจในผู้ใหญ่ “ Respiratory care in adult” (หน้า 14-19). กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดการพิมพ์.
เพ็ญนภา มะหะหมัด. (2555).การพัฒนาโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกายสำหรับสตรีมุสลิมที่มีภาวะเมตาบอลิก. สารนิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพยาบาลเวชปฏิบัติชมชุมชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ภัทราภรณ์ จุ้ยเจริญ.(2550). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตามแผนการดูแลของผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในชุมชน. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
มาหะมะ เมาะมูลา.(2552) การจัดบริการสุขภาพตามวิถีมุสลิม ช่วงวัยผู้ใหญ่. ใน พงค์เทพ สุธีรวุฒิและยูซูฟ นิมะ (บรรณาธิการ), การจัดบริการสุขภาพตามวิถีมุสลิม 4 ช่วงวัย: วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และการดูแลระยะสุดท้าย (หน้า 21-58) ม.ป.ท.
ยูซูฟ นิมะ, และสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ. (บรรณาธิการ). (2550). การแพทย์และการดูแลผู้ป่วยที่สอดคล้องกับวิถีมุสลิม.สงขลา. สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้(สวรส.ภาคใต้) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
รจเรข พิมพาภรณ์. (2550). ผลของโปรแกรมการเรียนรู้สมรรถนะตนเอง ความวิตกกังวลและการจัดการกับอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น.
รัตนา พรหมบุตร. (2550). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อการลดอาการกำเริบเฉียบพลันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นการศึกษาเพื่อศึกษาการการลดอาการกำเริบเฉียบพลันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.
รำพรรณ์ จันทรมณี. (2552). ความสามารถของผู้ดูแลในการควบคุมโรคของผู้สูงอายุมุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. สารนิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
วรวรรณ กิ่งแก้วก้านทอง. (2554). การดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง: การส่งเสริมกิจวัตร
ประจำวัน. ใน ศิริอร สินธุ และสุพัตรา บัวที (บรรณาธิการ), บทความวิชาการการศึกษา
ต่อเนื่องสาขาวิชาการพยาบาลศาสตร์ เล่มที่ 10 การพยาบาลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (พิมพ์ครั้งที่ 3)
(หน้า 161-171). กรุงเทพมหานคร: ศิริยอดการพิมพ์.
วรางคณา เพชรโก. (2552). ผลการส่งเสริมการจัดการกับอาการหายใจลำบากต่อการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในโรงพยาบาลม่วงไข่ จังหวัดแพร่. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
วิบูลย์ บุญสร้างสุข. (2551). อาการเจ็บหน้าอก อาการไอ และอาการหอบเหนื่อย. ใน นิธิพัฒน์
เจียรกุล (บรรณาธิการ), ตำราโรคระบบการหายใจ (พิมพ์ครั้งที่ 2, หน้า 73-77).
กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ์.
วัชรา บุญสวัสดิ์. (2555). Trends in new guildeline for COPD ใน แจ่มศักดิ์ ไชยคุนา
(บรรณาธิการ), Current chest 2012 อุรเวชช์ร่วมสมัย 2555 (หน้า 59-70). กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัดการพิมพ์.
วัชรา บุญสวัสดิ์. (2548). เอกสารการสอนเรื่องแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สถิติปอดอุดกั้นเรื้อรัง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ .[online]. ค้นหาเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2557
atwww.nhco.go.th/frontend/NewsInformationDetail.aspx? newsid=Nigy.
สมจิต หนูเจิญกุล. (2541). การพยาบาลผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง. ใน สมจิต หนูเจิญกุล (บรรณาธิการ), การพยาบาลอายุรศาสตร์ เล่ม 2 (พิมพ์ ครั้งที่ 13 หน้า 243-261) กรุงเทพมหานคร: ;วี. เจ. พริ้นติ้ง.
สมาคมอุรเวชเวชช์แห่งประเทศไทย. (2548). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สมาคมอุรเวชเวชช์แห่งประเทศไทย
สัลมา ชูอ่อน. (2554). การพัฒนาโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารสำหรับสตรีมุสลิมที่มีน้ำหนักเกิน. สารนิพนธ์พยาบาลศษสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินร์, สงขลา
สังวาล ชุมภูเทพ. (2550). ปัจจัยที่เกี่ยวกับอาการกำเริบในผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลลี้ จังหวัดลำพูน.วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชียงใหม่.
สุขุมาภรณ์ นิลวิสุทธิ์. (2554). การพัฒนาชุดเครื่องมือการจัดการตนเองเพื่อควบคุมอาการหายใจลำบากสำหรับผู้ป่วยมุสลิมโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. สารนิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
สุวรรณ์ โมคภา. (2554). การจัดการอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในระยะที่มีอาการทางคลินิกคงที่: การพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ์. สารนิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพยาบาลผู้ใหญ่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล, กรุงเทพมหานคร.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์. (2558). สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2557. กรุงเทพมหานคร: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2556). สปสช เขต 4 สระบุรีร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเครือข่ายบริการสุขภาพสร้างกลไกการรักษา ป้องกันการกำเริบของโรคหืดและโรค ปอดอุดกั้นเรื้อรัง. สืบค้นเมื่อ 4 กรกฎาคม 2557, จาก http://www.nhso.go.th/ frontend/NewsInformationDetail.aspx?newsid=Njgy
อมรา ทองหงษ์, กมลชนก เทพสิทธา, และ ภาคภูมิ พิริยะอนันต์. (2556). รายงานการเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อ พ. ศ. 2555, 44(51), 801 – 808.
อนงค์ ประเสริฐ. (2551). ความรู้และการปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามของพยาบาลไทยพุทธ. สารนิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
อาดีละห์ สะไร. (2559). ผลของโปรแกรมการบูรณาการการวางแผนจำหน่ายร่วมกับประสบการณ์อาการต่อความสามารถในการจัดการอาการและสภาวะอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินท์
อัชฌาณัช วังโสม. (2553). โปรแกรมการจัดการอาการหายใจลำบากร่วมกับแรงสนับสนุนของครอบครัว การหายใจลำบากคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยรังสิต, กรุงเทพ.
อัมพรพรรณ ธีรานุตร. (2542). โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง การดูแลตนเองและการฟื้นฟูสภาพ. ขอนแก่น: โรงพิมพ์ศิริพันธ์ออฟเซ็ท.
อมรา ทองหงษ์, กมลชนก เทพสิทธา, และ ภาคภูมิ พิริยะอนันต์. (2556) รายงานการเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อ พ.ศ. 2555, 44(51), 801-808.
American Thoracic Society. (2005). Epidemiology.Risk factor and natural history. Retrieved March 10, 2012, from http://www.car.ac.th
American Thoracic Society, & Europian Respiratory Society. (2004). Standards for diagnosis and management of patient with chronic obstructive pulmonary disease. Retrieved March 10, 2012, from http://www.thoracic.org/sections/copd/resources/copddoc.pdf
Barnett, M. (2006). Chronic obstructive pulmonary disease in primary care. England: John Wiley & Sons.
Boyle, A. H., & Locke, D. L. (2004). Update on chronic obstructive pulmonary disease. MEDSURG Nursing, 13(1), 42-47.
Dodd, M., & et al. (2001). Nursing theory and concept development or analysis: Advancing the science of symptom management. Journal of Advanced Nursing, 33, 668-676.
Gift, A. G. (1989). Validation of vertical visual analoque scale as a measure of clinical dyspnea. Rehabilation Nursing, 14(6), 323-325.
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. (2007) Global strategy for the diagnosis, management and prevention of chronic obstructive pulmonary disease. Retrieved From http://www.goldcopd.org/guidelineitem.asp
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. (2008) Global strategy for the diagnosis, management and prevention of chronic obstructive lung disease (Update 2008). Retrieved November 17, 2013, from http://www.goldcopd.org
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. (2009) Global strategy for the diagnosis, management and prevention of chronic obstructive lung disease. From http://www.goldcopd.com
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. (2010) Global strategy for the diagnosis, management and prevention of chronic obstructive lung disease (Update 2010). from http://www.goldcopd.org
Hopp, L., & Walker, J. (2009). Effectiveness of arm exercise on dyspnoea in patientswith chronic obstructive pulmonary disease: a systematic review. JBI Library of Systemic Review, 7(31),1352-1371.
Hunter, M. H., & King, D.E. (2001). COPD: Management of acute exacerbations and chronic stable disease. American Family Physician, 64, 603-612
Larson. P. J., et al. (1994). Model of symptom management. IMAGE: Journal of Nursing Scholarship, 26,272-278.
Larson, P. J.,Carrieri-kolman, v., Dodd, M. J., Douglas, M., Faucett, J., Froelicher, E.S., Cortner, S. R., Halliburton, P., Janson-Bjerklie, s., Lee, k. a., Talor, D., & Underwood, P. R. (1994) Model for symptom management. IMAGE: Journal of Nursing Scholarship, 26, 272-278
Solono, J. P., Gomes, B., & Higginson, I. J. (2006). A comparison of symptom prevalence in far advanced cancer, AIDS, heart disease, chronic obstructive ulmonary disease and renal disease. Journal of Pain and Symptom Management, 31, 58-69.
Thakur, N., Blanc,P. D., Julian, L. J., Yelin, E. H., Katz,P. P., Sidney,S., Carlos, I., & Mark, D. E. (2010). COPD and cognitive impairment: the role of hypoxemia and oxygen therapy. International Journal of Chronic Obstructive Pulmonary Disease, 5, 263-269.
World Health Organization. (2012). Chronic obstructive pulmonary disease (COPD). Retrieved November 17, 2013,
from http://www.who /Chronic /obstructive/ Pulmonary /disease.html.
World Health Organization. (2012). Chronic obstructive pulmonary disease (COPD).
Retrieved March 15, 2012, From http://www.who.int/mediacenter
/factsheets/fs315/en/index.html

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-26

รูปแบบการอ้างอิง

เฮะดือเระ ส., บาลทิพย์ ก., & ฐานิวัฒนานนท์ เ. (2018). การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการจัดการอาการหายใจลำบากในผู้ป่วยสูงอายุ มุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ, 8(15), 111–127. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/HIKMAH/article/view/167830