ทัศนะนักวิชาการอิสลามต่อการสืบวงศ์ตระกูลของบุตรจากบิดา ผู้มีองคชาตหรือลูกอัณฑะขาดด้วน

ผู้แต่ง

  • อัลดุลรอยะ บินเซ็ง, 6852279 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • อิบรอฮีม ณรงค์รักษาเขต, 6852279 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • มะรอนิง สาแลมิง, 6852279 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คำสำคัญ:

องคชาต, ลูกอัณฑะ, วงศ์ตระกูลในอิสลาม

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทัศนะของนักวิชาการอิสลามต่อการจัดการความขัดแย้งการสืบวงศ์ตระกูลของทารกในสมรส จากบิดาผู้มีองคชาตขาดหรือขาดบางส่วนหรือลูกอัณฑะขาดด้วน โดยทำการศึกษาและรวบรวมทัศนะของนักวิชาการอิสลามทั้งสี่สำนักจากหนังสือตำราฟิกฮ์ของแต่ละสำนัก ในลักษณะข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยนำมาทำการวิเคราะห์เป็นข้อสรุป ผลการวิจัยพบว่า นักวิชาการอิสลามได้แยกประเด็นนี้ออกเป็น 3 ประเด็น คือ หนึ่ง ลูกอัณฑะขาด มีความเห็นต่างกันเป็น 3 ทัศนะ  คือ 1) ทารกมีสถานะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย 2) สามีต้องทำการสาบานปฏิเสธไม่รับรองบุตร และ3) ต้องปรึกษาขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ  สอง  กรณีองคชาตขาดทั้งหมดหรือขาดบางส่วน ได้มีทัศนะต่างกันออกเป็น 3 ทัศนะ  คือ 1) ให้พิจารณาจากการหลั่งของน้ำอสุจิขณะทำการถูสัมผัสกับอวัยวะเพศของภริยา กล่าวคือเมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิให้ถือว่าเป็นบุตรของตน  หากไม่มีการหลั่ง ไม่ถือว่าทารกเป็นบุตรของตน 2) ให้สามีทำการสาบานตนปฏิเสธรับเป็นบุตร และ3) ให้ปรึกษาขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ  สาม กรณีขาดทั้งลูกอัณฑะและองคชาต มีทัศนะต่างกันออกเป็น 2 ทัศนะ คือ 1) ไม่ให้การรับรองบุตรและสามีต้องสาบานตน 2) ไม่ให้การรับรองบุตรและสามีไม่ต้องสาบานตน

 ปัญหาการสืบสกุลของบุตรจากบิดาผู้ที่องคชาตขาดบางส่วน ทั้งหมดหรือถุงอัณฑะขาดด้วน เป็นบุตรที่เกิดจากสภาพทางการสมรสกับมารดาต้องด้วยกฎหมายอิสลามนั้น นักวิชาการร่วมสมัยมีทัศนะให้ปรึกษาแพทย์และทำการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอด้วยกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ จะสามารถยืนยันและตัดปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกัน

เอกสารอ้างอิง

Abu al- Hassan, Ali bin Sulaiman al- Mardawi Alauddin abu al- Hassan,1955. Al- insaf fi Ma’rifah al- Rajih mina al- Khilaf. Matba- ah al- Sunnah al- Muhammadiah. n .p.
Al- Fakhri, Aunee. 1999. Mashrui’ah al Istensahk al Bashari fi al Qanooni. Silsilah al Ma - idah al Hurrah 44. Al Istensahk al Bashari al Tib wa al - Ulum al Sha’riah wa al Qanoon. Baitu al Hikmah : Baghdad.
Al – Sarkhasi, Samshuddeen(n.d).al – Mabsoot,Dar al - Ma’rifah, Bairut.
Al – Sawee, Ahmad ,1995. Bulghah al – Salik. Dar al- Kutub al – Ilmiah , Bairut.
Al- Marghinani, Burhanuddin Abi al – Hassan Ali bin Abi Bakr Al- Marghinani,n.d. al – Hidayah sharh Bidayah al – Mubtadi’. Dar al- Quran al – Ulum al - Islamiah, Pakistan.
Al –Shairazi, Abi Ishaq Ibraheem bin Ali bin Usof al – Fairooz al – Abadi al –Shairazi,1995. Al -Muhazzab fi Fiqh al – Imam al – Shafi- ie. Dar al- Kutub al – Ilmiah , Bairut.
Al– sharbini, Shamshuddeen Muhammad bin al – Khateeb al – sharbini,1997.Mugnial – Muhtaj ,Dar al - Ma’rifah , Bairut.
Ibn Qudamah,abi Muhammad abd Lah bin Ahmad bin Mahmood bin Qudamah,1992. al –Mughni Sharh al- Kabir. Dar al – Fikr, Bairut.
Ibn Qasim, Abdul al – Rahman,1994. Al – Mudawwanatul Al –Kubra lil Imam Malik bin Anas, Dar al- Kutub al – Ilmiah , Bairut.
Wizarah al- Adli, 2007. Qanoo al-Ahwa al- Shaksiah,Majmuah al- Tashri-aat al- Kuwaitiah, Wizarah al- Adli .

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-26

รูปแบบการอ้างอิง

บินเซ็ง อ., ณรงค์รักษาเขต อ., & สาแลมิง ม. (2018). ทัศนะนักวิชาการอิสลามต่อการสืบวงศ์ตระกูลของบุตรจากบิดา ผู้มีองคชาตหรือลูกอัณฑะขาดด้วน. วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ, 8(15), 137–143. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/HIKMAH/article/view/167835