ผลการคัดกรองและบำบัดอย่างย่อตามวิถีอิสลาม (ASSIST-Y linked Islamic brief intervention/BI)สำหรับนักเรียนที่ใช้สารเสพติดในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
คำสำคัญ:
การคัดกรองและบำบัดอย่างย่อตามวิถีอิสลาม (ASSIST-Y linked Islamic BI), โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา บริบทสามจังหวัดชายแดนภาคใต้, ระดับคะแนนความเสี่ยงอันตรายจากการใช้สารเสพติด (SSIS)บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์และลักษณะการใช้สารเสพติดของนักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ประเมินประสิทธิผลการคัดกรองและบำบัดอย่างย่อตามวิถีอิสลาม (ASSIST-Y linked Islamic BI) สำหรับนักเรียนที่ใช้สารเสพติด และสำรวจความคิดเห็นของครูและผู้ปกครองเกี่ยวกับASSIST-Y linked Islamic BI สำหรับนักเรียนที่ใช้สารเสพติดในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกแบบ single blinded randomized control trail โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบ Cluster Randomized Control Trial คัดเลือกนักเรียนกลุ่มตัวอย่างตามคุณสมบัติที่กำหนดจำนวน 287 คน แบ่งเป็นนักเรียนกลุ่มทดลองจำนวน 117 คน นักเรียนกลุ่มควบคุมจำนวน 170 คน และติดตามผลซ้ำในเดือนที่ 3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบคัดกรอง ASSIST-Y แบบสอบถามการพฤติกรรมใช้สารเสพติด (TLFB) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูและผู้ปกครองเกี่ยวกับASSIST-Y linked Islamic BI สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้สถิติการทดสอบภายในกลุ่ม Paired t-test และระหว่างกลุ่ม Independent t-test
ผลการวิจัย พบว่า เด็กนักเรียนนิยมใช้สารเสพติดมากที่สุดคือบุหรี่ ( 97.3 %) รองลงมาคือสารผสมน้ำต้มใบกระท่อม (20.8 %) กัญชา ( 2.7 %) ยาบ้า(2.4 %) ยานอนหลับและเหล้า (0.8 %) ตามลำดับ ระดับคะแนนความเสี่ยงอันตรายจากการใช้สารเสพติดแต่ละชนิด (SSIS) ภายในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P <0.001) และ SSIS ระหว่างสองกลุ่มลดลงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P <0.001) และระดับคะแนนความคิดเห็นของครูและผู้ปกครองเกี่ยวกับASSIST-Y linked Islamic BI โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
มาณพ คณะโต. 2551. การศึกษาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม.
ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันรามจิตติ. 2559. โครงการติดตามสภาวการณ์สารเสพติดในสถานศึกษาร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. จากอินเตอร์เน็ต.http://www.ramajitti.com/research_project_drug.php’ สถาบันรามจิต. (ค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2560)
ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรมสุขภาพจิต. 2559. สถิติการบำบัดรักษาระบบรายงาน บสต. จากอินเตอร์เน็ต www.nccd.go.th. (ค้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559)
สากีนะฮ์ สุวรรณ์. 2558. ประสบการณ์การใช้ยาเสพติดของวัยรุ่นมุสลิมชายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา. สารนิพนธ์การศึกษาหลักสูตรปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต) มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์, สงขลา.
สาวิตรี อัษณางค์กรชัย, สุวรรณา อรุณพงศ์ไพศาล. 2557.ปัญหาและความผิดปกติจากการดื่มสุรา: ความสำคัญและการดูแลรักษาในประเทศไทย. สงขลา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข. 2551. การบูรณาการองค์ความรู้บทบัญญัติศาสนาอิสลามกับการสร้างเสริมสุขภาพ: สุขภาพจิต โครงการสร้างเสริมสุขภาพตามวิถีมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้. มหาลัยสงขลานครินทร์.
สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ. 2557. สถานการณ์ปัญหายาเสพติดปี 2553 และแนวโน้มของปัญหา (กันยายน 2553). เอกสารประกอบการประชุมการจัดทำแผนจังหวัด ปี 2554. จากอินเตอร์เน็ต http:// nctc.oncb.go.th. (ค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2560)
สํานักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน. 2557. แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (พ.ศ. 2557 – 2560) ฉบับทบทวนใหม่.
โสภา ชุพิกุลชัย และจักรเทพ เอมชบุตร. 2529. การศึกษาวิธีการนำศาสนาเข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหายา เสพติด. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ประสานงานกลางองค์การภาคเอกชนต่อต้านยาเสพติด สภาสังคม สงเคราะห์แห่งประเทศไทย.
Assanangkornchai, S., Nima, P., McNeil, E. B., & Edwards, J. G. 2015. Comparative trial of the WHO ASSIST-linked brief intervention and simple advice for substance abuse in primary care. Asian journal of psychiatry, 18, 75-80.
Humeniuk, R., Ali, R., Babor, T., Souza-Formigoni, M. L., de Lacerda, R. B., Ling, W., McRee, B., Newcombe, D., Pal, H., Poznyak, V., Simon, S., Vendetti, J. 2012. A randomized controlled trial of a brief intervention for illicit drugs linked to the Alcohol, Smoking and Substance Involvement Screening Test (ASSIST) in clients recruited from primary health-care settings in four countries. Addiction 107: 957-966.
Humeniuk, R., Henry-Edwards, S., Ali, R., Poznyak, V., Monteiro, M. 2010. The ASSIST-linked brief intervention for hazardous and harmful substance use: manual for use in primary care. World Health Organization, Geneva.
Nima, P., Assanangkornchai, S. 2014.The cost-effectiveness evaluation of ASSIST-linked brief intervention for substance abuse in primary health care settings in Sounthern Thailand (PhD thesis). PhD, Prince of Songkla University.
Nima, P., Assanangkornchai, S. 2013. Substance use pattern among primary health care attendees in Southern Thailand. ASEAN J Psychiatry 14: 117-125.
Ngamjarus C., Chongsuvivatwong, V. 2014. N 4 Studies: sample size and power calculations for android: The Royal Golden Jubilee Ph.D. Program. Songkhla: The Thailand Research Fund and Prince of Songkla University.
Prochaska, JO., Diclemente, CC. 1986. Toward a comprehensive model of change. New York : Plenum Press.
World Health Organization, 2009.The ASSIST project - Alcohol, Smoking and Substance Involvement Screening Test. From http://www.who.int/substance_ abuse/activities/assist/en/index.html. (accessed Jan 8, 2010).