บทบาทมัจญ์ลิสอิลมี มหาวิทยาลัยฟาฏอนีในการเผยแพร่วิทยาการอิสลามและส่งเสริมวัฒนธรรมความรู้ต่อชุมชน
คำสำคัญ:
มัจญ์ลิสอิลมี,การเผยแพร่วิทยาการอิสลาม,วัฒนธรรมความรู้, มหาวิทยาลัยฟาฏอนีบทคัดย่อ
บทบาทมัจญ์ลิสอิลมี มหาวิทยาลัยฟาฏอนีในการเผยแพร่วิทยาการอิสลามและส่งเสริมวัฒนธรรมความรู้ต่อชุมชน
อาหะมะ หะยีสะมะแอ*, อับดุลการีม สาแมง**
นักศึกษาปริญญาโท สาขาอิสลามศึกษา คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
ดร.(อิสลามศึกษา)ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลัก คือ 1)เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมา วัตถุประสงค์ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรม และเนื้อหลักสูตรของมัจญ์ลิสอิลมี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี 2)เพื่อศึกษาบทบาทมัจญ์ลิสอิลมีในการเผยแพร่วิทยาการอิสลามต่อชุมชน 3)เพื่อศึกษาบทบาทมัจญ์ลิสอิลมีในการส่งเสริมวัฒนธรรมความรู้ต่อชุมชน การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงพรรณาโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพควบคู่กัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้จำนวน 200 คน และผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 17 คน ได้มาโดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยบุคคลทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการ วิทยากรประจำโครงการ และกรรมการโครงการ การเก็บรวบรวมข้อมูลได้ใช้วิธีการศึกษาเอกสาร การสอบถาม การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1.มัจญ์ลิสอิลมี มหาวิทยาลัยฟาฏอนีได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2542 อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการชุมชน และต่อมาในปี 2552 ถูกย้ายมาอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสถาบันอัสสลามโดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ 1) เพื่อยกระดับมาตรฐานและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่สู่สังคมที่มีความรู้ที่ได้รับการหล่อหลอมจากการศึกษาอิสลาม 2) เพื่อให้บริการแก่สังคม รวมทั้งชี้นำสังคมโดยใช้หลักการอิสลามเป็นต้นแบบ 3) เป็นการรองรับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาตามอัธยาศัย รูปแบบการจัดกิจกรรมเน้นการจัดการบรรยายเป็นหลักสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เนื้อหาหลักสูตรประกอบด้วยวิชาตัฟสีร วิชาหะดีษ วิชาฟิกฮฺ วิชาเตาหีดและความรู้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน 2.บทบาทมัจญ์ลิสอิลมีในการเผยแพร่วิทยาการอิสลามต่อชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก บทบาทการเผยแพร่วิทยาการอิสลามด้านการดำเนินชีวิตประจำวันมีปรากฏมากที่สุด รองลงมาเป็นวิทยาการอิสลามด้านอิบาดะฮฺ(การประกอบศาสนกิจ) ด้านอะกีดะฮฺ(การศรัทธา) และด้านอัคล้าก(จรรยามารยาท) ตามลำดับ 3.บทบาทมัจญ์ลิสอิลมี ในการส่งเสริมวัฒนธรรมความรู้ต่อชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยบทบาทส่งเสริมวัฒนธรรมความรู้ด้านแนวคิดการศึกษาตลอดชีวิตมีมากที่สุด รองลงมาเป็นด้านแนวคิดเกี่ยวกับความรู้ ด้านคุณลักษณะและมารยาทของผู้ศึกษาและผู้สอน และด้านแนวคิดการศึกษาแบบบูรณาการตามลำดับ
คำสำคัญ : มัจญ์ลิสอิลมี,การเผยแพร่วิทยาการอิสลาม,วัฒนธรรมความรู้, มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
กรมวิชาการ,กระทรวงศึกษาธิการ.2546.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไข
เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพ:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ชาย โพธิตา.2550. ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ.พิมพ์ครั้งที่4.กรุงเทพ:อมรินทร์พริ้นติง.
ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอ.2546. ความคิดเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในวิทยาลัย
อิสลามยะลา. รายงานการวิจัย,วิทยาลัยอิสลามยะลา.
ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอ และคณะ.2557.รายงานวัฒนธรรมการเรียนรู้ของสตรีไทยมุสลิมในจังหวัด
ชายแดนภาคใต้.กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม.
นุรุดดีนอับดุลลอฮ ดากอฮา. 2001 “ดะอฺวะฮฺอิสลาม : ศึกษาเกี่ยวกับฮุกุมดะอฺวะฮฺ”,วารสารวิชาการ
อิสลามศึกษา,ลำดับที่ 1 (เดือนกันยายน 2001) ฝ่ายวิจัย,วิทยาลัยอิสลามยะลา
นักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย,สมาคม.ฮ.ศ.1419.พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานพร้อมคำแปลเป็น
ภาษาไทย.นครมาดีนะห์, ศูนย์กษัตริย์ฟะฮัดเพื่อการพิมพ์ อัลกุรอาน.
ประคอง กรรณสูต.2542.สถิติเพื่อการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพ : สำนักพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัทรา นิคมานนท์.2544.การวิจัยทางการศึกษาและสังคมศาสตร์.กรุงเทพ : สถาบันราชภัฏ
จันทรเกษม.
พรชัย โพกันโย.2552.”การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง:การจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอด
ชีวิต”. จากอินเตอร์เนต http://www.sobdai.com/news-by-pornchai/412-2010-
09-15-23-48-34.html
มูหะมัด คอยา.2550. บทบาทของมัสยิดในจังหวัดปัตตานี ในการเผยแผ่อิสลามและความรู้
กรณีศึกษามัสยิดอิบาดุรรอฮมาน ตำบลปูยุด อำเภอเมืองปัตตานี.วิทยานิพนธ์ปริญญา
มหาบัณฑิต สาขาวิชา อิสลามศึกษา,มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี. 2557. คู่มือการศึกษาระดับปริญญาตรี 2557.สงขลา:โรงพิมพ์ชานเมือง.
มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา. 2552. คู่มือการศึกษาระดับปริญญาตรี 2552. สำนักบริการการศึกษา
มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา.
ล้วน สายยศ และ อังคณะ สายยศ.2538. เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้ง 3.กรุงเทพ : โรง
พิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.2552. ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.
2552-2561). กรุงเทพ : บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล.2554. “อนาคตภาพรูปแบบการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อการ
ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เชิงบวก” จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.จากอินเตอร์เนต
http://wiki.edu.chula.ac.th/groups/a3394/wiki/6ead2/44.html
อิบราเฮ็ม ณรงค์รักษาเขต. 2550. ประวัติการศึกษาอิสลาม. ปัตตานี : สำนักวิชาการและบริการ
ชุมชนวิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อิบราเฮ็ม ณรงค์รักษาเขต.2553.ทฤษฎีใหม่สถาบันการศึกษามุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ความ
จริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย. หาดใหญ่ สงขลา : หจก.หาดใหญ่กราฟฟิก,ปัตตานี: หจก.สลาตันการ
วิจัยและวิชาการ.
Abdullah Daqoha, Noruddeen.1997.Dakwah Islamiah Di Selatan Thailand:Suatu
Kajian Tentang Perkembangannya Antara Tahun 1960-1991m. Disertasi,
Kuala Lumpur : University Malaya,Kuala Lumpur, Malaysia.
Abdulhalim Saising.1999.Al-Aqidah Al-Thohawiah.Pattani : Saudara Press Pattani.
Ahmad Omar Chapakia. 2009. “Membangun Pendidikan Tinggi Islam Swasta Di Selatan
Thailand : Cabaran Dan Prospek”. Dalam Muhammad Rahimi Osman dan
kawan2, Pendidikan Tinggi Islam : Cabaran Dan Prospek. Shah Alam,
Malaysia:Pusat Penerbitan Universiti,UTM
Ismail Lutfi Chapakiya.1999.Marhaban bi Tholibil Al-ilmi.Yala : Yala Islamic College.
Langgulung, Hasan 1997. Pengenalan Tamadun Islam Dalam Pendidikan. Kuala
Lumpur: Dewan Bahasa Dan Pustaka.
Leman, Wan Kamariah dan Mazlah Yaacob. 2002. Sejarah dan Tamadun Islam.
Selangor Darul Ehsan Malaysia :Pusat Perkembangan Pendidikan,Universiti
Teknology MARA.
Zaidan, Abdul Kareem.2001.Dasar-Dasar Ilmu Da’wah. Selangor: Dewan Pustaka
Fajar.
أبوبكر، جابرالجزائري. 1976 . منهاج المسلم . القاهرة .دارالفكر.
علي عبدالحليم محمود. 1993. فقه الدعوةالى الله. الرابعة. دارالوفاء.المنصورة.
محمدبن سيدي بن الحبيب. 1985. الدعوةالى الله في سورةابراهيم جدة