การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์เครือข่ายทุ่งยางแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานีเขต 3
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์เครือข่ายทุ่งยางแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 (2) เปรียบเทียบการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์เครือข่ายทุ่งยางแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 โดยจำแนกตามตัวแปร เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การปฏิบัติงาน และ (3) ประมวลเกี่ยวกับข้อเสนอแนะต่อการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์เครือข่ายทุ่งยางแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียนในศูนย์เครือข่ายทุ่งยางแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 จำนวน 12 โรงเรียน รวมจำนวนครูผู้สอน 210 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนศูนย์เครือทุ่งยางแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 จำนวน 12 โรงเรียน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยดูตารางของเครจซี่และมอร์แกน (Krejecie & Morgan) เมื่อได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างของครูผู้สอนแล้วใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย( Simple Random Sampling ) แล้วจับฉลากแบบไม่คืนกลับ(Without Replacement) ได้จำนวน 136 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อประมวลผลและหาค่าสถิติ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีและค่าเอฟ
ผลการค้นคว้าอิสระพบว่า
- การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์เครือข่ายทุ่งยางแดงสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานีเขต 3 ภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก
- ผลการเปรียบเทียบระดับการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์เครือข่ายทุ่งยางแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 จำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานสอน มีความคิดเห็นต่อการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
- ประมวลข้อเสนอแนะการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์เครือข่ายทุ่งยางแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 พบว่า ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับหลักสูตรท้องถิ่น มีการกำหนดแผนงานวิชาการที่ชัดเจนและเป็นระบบ เน้นการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับรูปแบบการสอนตามความเหมาะสมและบริบท มีการอบรมการพัฒนาหลักสูตรให้ร่วมกับชุมชนและครอบคลุมนักเรียนทั้งปกติและมีความบกพร่อง สนับสนุนครูให้จัดบรรยากาศการเรียนการสอนชั้นเรียนที่ดีให้เอื้อต่อการเรียนรู้ สนับสนุนให้มีการวัดผลประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลายตามความจริง ให้ครูรับการอบรมการทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง ควรมีการพัฒนาให้มีแหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างหลากหลาย ดำเนินการนิเทศการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ครุช่วยเหลือนักเรียนอย่างต่อเนื่องและแนะแนวให้ครอบคลุมทุกด้าน ให้ความสำคัญกับระบบประกันคุณภาพ ผู้บริหารควรเชิญชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดรูปแบบการสอนร่วมกับครุผู้สอน ประชาสัมพันธ์งานวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน ผู้บริหารร่วมกับครูจัดทำกรอบระเบียบเกี่ยวกับงานวิชาการ ควรตรวจสอบ พิจารณาหนังสือเรียนทุกประเภทและทุกกลุ่มสาระเพื่อให้เกิดประโยน์แก่ผู้เรียนมากที่สุด สนับสนุนงบประมาณการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
ซูฮายมี สาแล (2561) การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานกับการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดเทศบาลในจังหวัดนราธิวาส. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
ทิพวรรณ วงษาลาภ (2558) การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารในโรงเรียนโสตศึกษา ตามความคิดเห็นของครูผู้สอน ภาคกลางสังกัดส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. การค้นคว้าอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.