บทความ การประเมินความต้องการจำเป็นรายวิชาพลศึกษาเพิ่มเติมฐานสมรรถนะเพื่อสร้างเสริมทักษะการออกกำลังเพื่อสุขภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

ผู้แต่ง

  • Hanafee Yeesunsong -

คำสำคัญ:

การประเมินคววามต้องการจำเป็น พลศึกษา ทักษะการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความต้องการจำเป็นรายวิชาพลศึกษาเพิ่มเติมฐานสมรรถนะเพื่อสร้างเสริมทักษะการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีวิธีการดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ 1) การกำหนดกลุ่มผ้ที่เกี่ยวข้อง คือ ครูพลศึกษาระดับมัธยมศึกษา  จำนวน 172 คน และนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 479 2) กำหนดวิธีการเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างครูพลศึกษาระดับมัธยมศึกษา และนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในสังกัดสำนักงานเขตการศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร โดยการสำรวจความต้องการจำเป็น 3) กำหนดเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามแบบตอบสนองคู่ (dual-response)  4) การวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการหาค่าเฉลี่ยสภาพปัจจุบันและสภาพที่คาดหวัง และใช้สูตรจัดเรียงลำดับความสำคัญ (Priority Needs Index: PNI)  

ผลวิจัยพบว่า

1) ผลการประเมินความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับร่างรายวิชาพลศึกษาเพิ่มเติมเพื่อสร้างเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพจึงต้องสรุปเป็น 2 ประเด็น ดังนี้

1.1) ผลการประเมินความต้องการจำเป็นของครูพลศึกษาระดับมัธยมศึกษาสูงที่สุด คือ ด้านการวัดและประเมินผล ติดตามสมรรถนะทักษะการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหลังการเรียนวิชาพลศึกษา รองลงมา ด้านเนื้อหาสาระหลักการฝึกและการพัฒนาการออกกำลังกายแบบแบบแรงต้าน

1.2) ผลการประเมินความต้องการจำเป็นของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย สูงที่สุด คือ ด้านเนื้อหาสาระ เนื้อหาสาระวิธีการการออกกำลังกายแบบยืดเหยียดที่มีผลกระทบสรีรวิทยาทางร่างกายมนุษย์ รองลงมา ด้านการกำหนดวัตถุประสงค์ การกำหนดวัตถุประสงค์การมีเจตคติที่ดีต่อการออกกำลังกายแบบแอโรบิก การอออกกำลังกายแบบแรงต้าน และการออกกำลังกายแบบยืดเหยียด

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ . (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. เข้าถึงได้จาก academic.obec.go.th : http://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf

จื้อเฉียง หวง , และ ดวงจันทร์ เดี่ยววิไล. (2564). การพัฒนาหลักสูตรเสริมสมรรถนะการเขียนภาษาจีน เรื่องชีวิตของฉันสำหรับนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 10(2), 25-34.

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2556). กระบวนการพัฒนาหลักสูตร. ใน การพัฒนาหลักสูตร ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ (หน้า 74-75). กรุงเทพฯ: บริษัท วีพรินท์ (1991) จำกัด กรุงเทพฯ .

นงลักษณ์ แพงเรือง, วิภาวรรณ วงษ์สุวรรณ คงเผ่า, และ สุมาลี ชิโนกุล. (2563). การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อให้ข้อมูลตามเเนวคิดฐานสมรรถนะ สำหรับผู้เรียนระดับมัธยมตอนปลาย. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 48(4), 200-220.

วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2548). ปรัชญาการพลศึกษา. ใน รวมบทความเกี่ยวกับ ปรัชญา หลักการ วิธีสอน และการวัดประเมินผลทางพลศึกษา (หน้า 7). กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2563). สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมเพื่อสุขภาพ (สสส). เข้าถึงได้จาก thaihealth.or.th: https://www.thaihealth.or.th/Books/637/รายงานสุขภาพคนไทย+ปี+2563.html

สสส. (2561). สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. เข้าถึงได้จาก health.or.th: https://www.thaihealth.or.th/Content/45432-แข็งแรงครบเครื่อง%20แค่ออกกำลังกายให้ครบสามหมู่.html

สำนักงานโครงการวิจัยด้านกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชน (CYPAS). (2563). การเล่นกีฬาและออกกำลังกาย. เข้าถึงได้จาก cypas.org: http://www.cypas.org/scholar/uploads/SgGT8va1b20200124140108.pdf

สำนักงานเลขาธิการสภาพการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ . (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579. เข้าถึงได้จาก onec.go.th:

สุวิมล ว่องวานิช. (2562). การกำหนดกรอบการวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. ใน สุวิมล ว่องวานิช, การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (หน้า 107-129). กรุงเทพ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อัสรี สะอีดี. (2561). พัฒนาหลักสูตรอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของครูพลศึกษาในศตวรรษที่ 21 โดยประยุกต์ใช้ในการอำนวนความสะดวกในการเรียนรู้ร่วมกับการสอนแบบเสริมศักยภาพ. กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ฮานาฟีย์ ยี่สุ่นทรง, ดิศรณ์ แก้วคล้าย, และ บัญชา ชลาภิรมย์. (2564). การใช้กีฬาบาสเกตบอลเป็นสื่อกลางการเรียนรู้ในวิชาพลศึกษาเพื่อส่งเสริมการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ. วารสารคณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ,24(2), 1-16.

American College of Sports Medicine. (2008). The American College of Sports Medicine. Retrieved from The American College of Sports Medicine: https://www.acsm.org/docs/default-source/publications-files/acsm-guidelines-download-10th-edabf32a97415a400e9b3be594a6cd7fbf.pdf?sfvrsn=aaa6d2b2_0

Artiga Jr. II, E. A., Limbo, C. B., Maningo, L. L., & Mamolo, L. A. (2020). Effects of "Langoy sa Kaluwasan- Learn to Swim" Extension Project to the Swimming Competency of Barangay Emergency Response Personnel . International Journal of Human Movement and Sports Sciences , 8(6), 438-443.

http://backoffice.onec.go.th/uploaded/Outstand/2017-EdPlan60-79.pdf

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-08-28

รูปแบบการอ้างอิง

Yeesunsong, H. (2023). บทความ การประเมินความต้องการจำเป็นรายวิชาพลศึกษาเพิ่มเติมฐานสมรรถนะเพื่อสร้างเสริมทักษะการออกกำลังเพื่อสุขภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ, 13(25), 267–279. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/HIKMAH/article/view/266251